่านพ่อจึงไม่อาจแล้งน้ำใจได้ จึงตกลงยอมรับทั้งสองไปทำงาน แต่ใจจริงแล้วท่านพ่อน่าจะเอ็นดูเด็กทั้งสองคนด้วยจึงยอมรับปาก“จริงหรือขอรับ พรุ่งนี้ข้าและน้องสาวไปทำงานบ้านท่านลุงได้หรือขอรับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กน้อยทั้งสองจึงหันไปหาท่านพ่อของข้าและรอคอยคำตอบจากท่านพ่อ“อืม ไปได้สิ”“อึก ก ก ขอบคุณมากเลยขอรับ” พูดจบเด็กน้อยทั้งสองก็ก้มลงโขกหัวให้กับท่านพ่อของข้า หูยยย แรงมากเลย ข้าละเจ็บแทน จะห้ามก็ไม่ทันแล้ว ใครจะไปคิดกันละว่าพวกเค้าจะทำเช่นนี้“หึ โชคดีจริงเชียวนะ เจ้าพวกตัวภาระ ไม่มีเครื่องมือก็สามารถทำงานได้ เอาเปรียบคนอื่นมากไปหรือเปล่า”“เพ้ยยย เจ้านี้นะ เซียงตี้ อย่าใจดำเกินไปนักเลยนั่นก็ญาติเจ้าไม่ใช่หรือ”“นั่นสิ เจ้าจะเอาเปรียบเด็กตาดำๆ ไปไหนกัน ใช่ว่าบ้านเจ้าจะมีอาหารให้เด็กสองนั้นคนทุกมื้อเสียหน่อย”“ใช่ๆ ปล่อยเด็กๆ ไปเถอะ”“หึ งั้นข้าไปล่ะ จบเรื่องแล้วใช่หรือไม่” เซียงตี้พูดจบก็หันไปส่งสายตาขุ่นเคืองให้เด็กน้อยทั้งสองที่ได้รับความเอ็นดูจากชาวบ้านทำให้ตนเองโดนประณามอยู่บ่อยครั้ง“เช่นอย่างนั้นก็แยกย้ายได้แล้วทุกคน ส่วนใครจะทำงานก็มาลงชื่อกับข้า แล้วพรุ่งนี้ยามเหม่า (เวลา05.00-06.59 น.) มาเจอกันที่บ้านอาซาน”“ขอรับ”หลังจากนั้นชาวบ้านคนไหนที่ทำงานก็ไปลงชื่อที่ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนข้ากับท่านพ่อก็พูดคุยกับเด็กน้อยฝาแฝด ก่อนกลับ เพียงเล็กน้อย จากนั้นจึงขอตัวกลับบ้านด้วยเช่นกันแต่ว่าไป บ้านข้าก