หลังจากที่ทานข้าวเรียบร้อยแล้ว มองออกไปด้านนอกความมืดก็เริ่มมาเยือนพอดี ท่านพ่อท่านแม่จึงพาข้าเข้านอน โดยข้านั้นนอนตรงกลางระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่ บ้านของท่านตาท่านยายนั้น มิได้ใหญ่มากนักเพียงแต่มีห้องนอนสองห้องที่ก่อนหน้านี้ คือห้องของท่านแม่และห้องของท่านตาท่านยาย หลังจากท่านแม่แต่งออกไปก็ปิดห้องนั้นไว้ ท่านตาท่านยายมีอาชีพปลูกผักปั่า หาของปั่าขาย นอกจากนี้ท่านตายังเป็นพรานปั่า คอยดักจับสัตว์ไปขายเป็นครั้งคราวอีกด้วย“ท่านแม่เจ้าขาา ข้าตื่นแล้วเจ้าค่ะ” เช้าวันใหม่ที่แสนสดใสของข้า อือออ มาถึงสักที ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องกังวลกับเสียงกร่นด่าของท่านย่าในยามเช้าแล้ว“ตื่นแล้วหรือ ไปล้างหน้าล้างตาก่อน รอพ่อเจ้ากับท่านตากลับมาจากปั่า จะได้กินข้าวกันนะลูก”“เจ้าค่ะท่านแม่ แล้วท่านยายละเจ้าคะ” ข้าหันมองรอบๆ ตัวตอนนี้ มีแค่ท่านแม่ที่ยืนจัดโต๊ะอาหารเพียงผู้เดียว“ท่านยายของเจ้า หลังจากทำกับข้าวเสร็จก็เดินไปรดน้ำผักหลังบ้านแล้วล่ะ”“อ่าาา ข้าอยากไปดูสวนผักเจ้าค่ะ” จริงสิ สวนผักบ้านข้ามีสวนผักนี่นา“งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตาก่อน แล้วค่อยไปตามท่านยายเจ้ามาทานข้าวด้วย”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปล้างหน้าเดี๋ยวนี้เลย” ในขณะที่เปั่ยจินหันหลังเตรียมวิ่งนั้น ก็ได้มีเสียงของท่านยายดักทางไว้เสียก่อน“เจ้านี่นะ …ไปๆ อย่าวิ่งเล่า เดี๋ยวจะล้มเอา” หลินเหมยเอ่ยออกมาอย่างเอ็นดูในตัวบุตรสาวของตนเองยิ่งนัก เมื่อได้ออกมาจากที่แห่