ครับ”
ฉินซานไห่รู้สึกงุนงงไปชั่วขณะกับประโยคนี้ ก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทางลังเล
“อะ…อะไรนะ?”
เมื่อเห็นฉินซานไห่เกิดความลังเล หานชิงอวี่จึงทวนประโยคเดิมอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้เขาขยายความประโยคที่เพิ่งพูดไปให้ละเอียดขึ้นอีกนิด
“ผมหมายความว่า ช่วยอธิบายให้ละเอียดหน่อย ว่าแท้จริงแล้วคุณเจออุปสรรคแบบไหนกันแน่”
“ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร พวกเราควรจะช่วยกันแก้ไข แต่ดูจากท่าทางของคุณตอนนี้ ผมคิดว่าคุณอาจจะขาดสติในการแก้ปัญหา”
ฉินซานไห่ได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่แล้วอดหัวเราะแห้ง ๆ ไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าตัวเองที่แก่ขนาดนี้แล้ว ยังต้องมานั่งฟังเด็กหนุ่มสอน
เขาถอนหายใจยาวแล้วจิบน้ำชาหนึ่งคำพร้อมกับพูดว่า
“เสี่ยวหาน มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก…”
“งั้นก็ยกเลิกส่วนลดซะ”
“นาย…”
“ถ้ายังต้องการส่วนลดจาก หาน เทคโนโลยี ก็บอกผมให้ละเอียดกว่านี้”
หานชิงอวี่มองฉินซานไห่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง ราวกับต้องการมองหาบางสิ่งจากสีหน้าของฉินซานไห่ด้วยตาของตัวเอง
ฉินซานไห่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของหานชิงอวี่แล้ว ก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห เขาไม่เคยคิดเลยว่าหานชิงอวี่ที่ภายนอกดูเรียบร้อย จะยกเรื่องส่วนลดมาขู่เขาในเวลาแบบนี้
หานชิงอวี่คงไม่ทำแบบนี้แค่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่หานชิงอวี่ได้ฝึกฝนที่โรงพยาบาลเมืองจินมาระยะหนึ่ง เด็กหนุ่มตรงหน้าจะมีความก้าวหน้าในทุก