แบบไหน?”“ปราชาชนเป็นแค่สิ่งหล่อเลี้ยงของผมเท่านั้น”เหลยโหย่วฉายโบกมือ เย้ยหยันขึ้นมา“รัฐมนตรีจาง มาถึงช่วงเวลาวิกฤต คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเสแสร้งทำตัวมีเกียรติแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว รัฐมนตรีจางก็มีตั๋วขึ้นยานเหมือนกัน ในวันมะรืนนี้ คุณจะขึ้นหรือไม่ขึ้นมันก็แล้วแต่คุณ แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็คิดที่จะหนีไปอยู่แล้ว ผมยังไม่อยากตาย”“คุณ………..ออกไปจากศูนย์บัญชาการเดี๋ยวนี้! ผมจะรายงานการกระทำของคุณให้เบื้องบนรับรู้!”“เสียเวลาเปล่า คุณคิดว่าผมสามารถใช้แผนการ S ได้ด้วยตัวคนเดียวเหรอ? หลายๆ เรื่อง ก็เป็นเบื้องบนนั่นแหละที่คอยชี้นำ ตอนนี้เบื้องบนกำลังวุ่นวายกันยกใหญ่ แบ่งฝักฝ่ายออกเป็นสองฝั่ง ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนคนที่ชื่อว่าฉินเฉา อีกฝ่ายหนึ่งคิดที่จะหนีไป ผมเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าฝ่ายที่สนับสนุนฉินเฉาจะตายยังไง”“พวกเรายืนอยู่ข้างปราชาชน”รัฐมนตรีจางจ้องมองเหลยโหย่วฉาย “ขยะสังคมอย่างพวกคุณสุดท้ายจะต้องได้รับโทสะจากปราชาชนแน่นอน!”“ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นอะไรอยู่………..”“รายงาน! มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นค่ะ!”ในเวลานี้ หลิวจางได้เข้ามาหยุดการโต้เถียงกันของพวกเขา“ดูเหมือนว่าจะมีคนเข้าไปในจัตุรัสเทียนเหมินค่ะ!”“เปิดบนหน้าจอใหญ่เลย!”รัฐมนตรีจางออกคำสั่งทันทีหน้าจอขนาดมหึมาในศูนย์บัญชาการพลันสว่างโร่ ฉายภาพท้องฟ้าเหนือจัตุรัสเทียนเหมิน ซึ่งทอแสงสีทอง มีเมฆแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณแสงศักดิ์สิทธิ์กำลังหลบซ่อนอยู่ภายในหมู่เมฆ