าจากเขา ทำให้ชายชรารู้สึกคลื่นเหียนขึ้นมา จากนั้นก็หัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ
เขามองไปที่เจี๋ยเป่าแล้วพูดเสียงดังว่า
“ตามฉันมา!”
“ฉันในฐานะอาจารย์ของนาย จะไม่ใจร้ายเหมือนนายหรอก!”
หลังจากนั้นเขาก็พาเจี๋ยเป่ามาที่ห้องทำงานของคณบดีในตึกอำนวยการ
เมื่อคณบดีฉินเห็นหลินหม่านซางพาเจี๋ยเป่ามาที่ห้องทำงานก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
เขาคิดว่าหานชิงอวี่และอิงชื่อจ้งอาจจะมาที่ห้องทำงานเพื่อมาหาความเป็นธรรมจากการกระทำของเขาก่อนหน้านี้
แต่ไม่คิดว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว ตอนที่เขากำลังจะเลิกงานพอดี หลินหม่านซางและเจี๋ยเป่าก็มาหาเขาถึงห้องทำงาน
เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยถามคนทั้งสองว่า
“อะไรกัน พวกคุณทั้งสองยังมีอะไรไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเช้านี้อีกหรือ?”
เจี๋ยเป่าไม่ได้พูดอะไร แต่หันไปมองอาจารย์ตนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
สุดท้ายแล้ว เขาก็ยังเดาใจอาจารย์ของตัวเองไม่ออกอยู่ดี
เขาได้แต่ภาวนาในใจ หวังว่าอาจารย์ของเขาจะไม่ได้พาเขามาเพื่อมาขอร้องความเมตตาจากคณบดี
หลินหม่านซางเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดกับฉินซานไห่ว่า
“คณบดีฉิน คุณคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเช้านี้ว่าอย่างไรบ้าง”
“แน่นอน ผมหมายถึงความคิดเห็นจากใจของคุณเอง”
“ไม่ใช่มองจากมุมการเมืองในโรงพยาบาล พวกเราเป็นเพื่อนร่วมงานกันมานานแล้ว คุณสามารถพูดความในใจกับผมได้”
“ด้วยวิธีนี้ พวกเราก็สามารถจริงใจต่อกันได้”
เมื่อเจี๋ยเป่าได้ยินประโยคนี้ ขนอ่อนทั่วร่างเขาก