ยของเทือกเขาทรายเหลืองหรอก…………”“เจ้าว่าอะไรนะ?”ไรลีย์หันหน้าไปมองฉินเฉาด้วยความแปลกใจ เขาหมายความว่าอะไรกันแน่?“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่มาดูเรื่องสนุกเท่านั้น”ฉินเฉายักไหล่ “ฉันเป็นเชลยที่ชอบดูเรื่องสนุกน่ะ”“ฮึ่ม เจ้าอย่าเข้ามาวุ่นวายเลยจะดีกว่า!”ไรลีย์กล่าวอย่างฮึดฮัด ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปมองเด็กสาวที่อยู่อีกด้านทำไมชาวโฮแมนคนนี้ ถึงไม่มีสีหน้าตื่นตระหนกอะไรเลย?เธอไม่เป็นห่วงความปลอดภัยของพวกพ้องตัวเองเลยเหรอ?ชาวเมืองในเทือกเขาทรายเหลือง มีนิสัยเลือดเย็นแบบนี้กันทุกคนเลยหรือไง?“เถียจู้ เจ้าอย่าลงมือหนักนักล่ะ”แต่ทว่ารอนน่า ผู้ถือกระบองคุมกฎพาดไหล่ กลับกล่าวคำพูดที่ไม่มีใครคาดคิดออกมา“ฮ่าๆๆ! ตอนนี้พวกเจ้ายังมองไม่เห็นสถานการณ์ที่พวกเจ้ากำลังเผชิญอีกเหรอ!”ก็องชี้ไปที่ปากจระเข้ของตัวเอง แล้วพูดออกมาว่า “ลุงก็องคนนี้คือยอดฝีมือสภาวะคลั่งระดับ 4 ส่วนเจ้าเป็นแค่ทหารตัวน้อยที่มีสภาวะคลั่งระดับ 2 เท่านั้น เรื่องที่จะมาดวลกับข้า เจ้ารอถูกข้าตัดกีบเท้าวัวของเจ้าจะดีกว่า!”“ข้าไม่เหมือนกับเจ้าหรอก ข้าจะลงมือเบาๆ ก็แล้วกัน”เถียจู้มีท่าทีตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง “ละเว้นใครได้ควรละเว้น ข้ายังจดจำคำพูดของผู้ใหญ่บ้านได้เสมอ”“เจ้าจะละเว้นข้าเนี่ยนะ? ฮ่าๆๆ! งั้นก็ดี ทำให้ข้าเห็นหน่อยว่าพลังของเจ้าจะดีอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า!”ในขณะที่ก็องกล่าวออกมา ไม้พลองสีดำแท่งยาวก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาจากน