ก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะยังมีใครอีก”ฉินเฉากล่าวออกมา พลางเปิดตู้เย็นที่อยู่ข้างๆ อย่างไม่เกรงใจใครแล้วหยิบไวน์แดงขวดหนึ่งออกมารินใส่แก้วที่อยู่ตรงหน้า“คุณฉินช่างเป็นคนที่มองการณ์ไกลจริงๆ …………แต่ในดินแดนตะวันออกไม่มีสำนวนนี้หรอกเหรอ ที่ว่า แขกผู้มาเยือนเหมือนเจ้าของบ้าน? คุณฉินเป็นแขกของฉัน เมื่ออยู่ที่นี่ คุณไม่ต้องเกรงใจหรอก”อาเธน่าจ้องมองฉินเฉาที่กำลังดื่มไวน์ แล้วกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้“ดูเหมือนว่าความรู้เรื่องดินแดนตะวันออกของคุณอาเธน่าจะยังไม่สมบูรณ์”ฉินเฉาหัวเราะออกมา แล้วแกว่งไวน์ในแก้ว ในขณะที่พูดต่อไปว่า“คุณต้องดูประโยคนี้ให้ดี ผู้มาเยือนคือแขก ในเมื่ออยู่บนดินแดนตะวันออก ผมเกรงว่าคุณอาเธน่ามากกว่า ที่เป็นแขกตัวจริง”เมื่อได้ฟังคำพูดของทั้งสองคน หลิวฮุ่ยฮุ่ยก็รู้สึกสับสนขึ้นมาทันทีสองคนนี้พูดเรื่องอะไรกันอยู่? ไม่ว่าจะฟัง 6 หรือ 7 รอบ เธอก็ไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียวทักทายกันอยู่เหรอ? แต่ว่าการทักทายกัน มันไม่ใช่แบบนี้นี่แล้วผู้หญิงที่ชื่อว่าอาเธน่าเป็นใครกันแน่? ทำไมชื่อของเธอถึงได้เหมือนกับเทพีแห่งปัญญาของกรีก?“ถ้าคุณฉินพูดแบบนั้น มันก็ถูกต้องแล้ว”อาเธน่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ผู้มาเยือนคือแขก ฉันหวังว่าคุณฉินที่เป็นเจ้าบ้าน จะให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี”“พวกเรายังมีสำนวนที่ว่า มีสหายมาจากแดนไกล มิควรยินดีหรือ?”ฉินเฉาจิบไวน์แดงในแก้ว ไม่เลวเลย ไวน์แดงปี 82 แน่นอนว่าจะต้องเป็นเ