นั้น!”“ดี งั้นก็ไปจ่ายเงินกันเถอะ นี่คือเงินสำหรับวันนี้ ฉันออกสองชาม”“เชี่ย เธอต้องเลี้ยงไม่ใช่เหรอ!”“ฉันบอกแค่ว่า จะชวนนายมากินบะหมี่หยางชุนสักชาม แต่ดูตัวเองสิ กินไปกี่ชามแล้ว!”ดวงตาของหลิวจางเหลือบมองไปยังชามบะหมี่กองโตจริงด้วย อย่างน้อยก็ 20 ชามแล้ว“อะไรล่ะนั่น…………ก็ช่วงนี้ฉันต้องการสารอาหารนี่………..”“นายกำลังท้องอยู่เหรอ?”หลิวจางเอ่ยถามขึ้นมาอย่างชั่วร้าย“อืม เป็นของเธอนั่นแหละ เธอต้องรับผิดชอบนะ!”ฉินเฉาจ้องมองหลิวจางด้วยความขวยเขิน“นายแข็งแกร่งมาก ฉันยอมแพ้ก็ได้”หลิวจางจำใจควักเงิน 200 หยวนออกมาจากกระเป๋าสตางค์แต่ชามบะหมี่หยางชุนพวกนี้ ไม่รู้ว่าธนบัตรสองใบจะเพียงพอไหมโอ้ ไหนจะมีไข่พะโล้หม้อใหญ่นั่นอีกเจ้าของร้านรับเงินมา พลางมองฉินเฉาราวกับเห็นสัตว์ประหลาดเมื่อทั้งสองคนคิดเงินเสร็จก็คิดที่จะเดินออกไป แต่ทันใดนั้นเองเสียงอุทานของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากทางด้านข้างเสียก่อน“โอ้! นี่ไม่ใช่เสี่ยวฉินกับเสี่ยวหลิวหรอกเหรอ? พวกคุณมาทำอะไรอยู่ที่นี่ครับ?”ฉินเฉากับหลิวจางหันหน้าไปมองด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นหัวใจก็พลันเต้นรัวมีสำนวนกล่าวเอาไว้ว่า กลางวันห้ามพูดถึงคน กลางคืนห้ามพูดถึงผีพวกเขาเพิ่งจะพูดถึงหลิวฮุยกับจางฉี่ และตอนนี้สองคนนั้นก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว“ผู้อำนวยการจาง ผู้อำนวยการหลิว…………”ถึงแม้ว่าหลิวจางจะตื่นตระหนกอยู่ในใจ แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงวาดรอยยิ้มอย่างใจเย็น “ไ