อะไรหมด? เธอซื้อจนหมดตัวเลยหรือไง!”“กะ ก็ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกน่า……..”เมื่อหลิงจางนึกถึงกล่องพัสดุที่วางกองอยู่ในบ้าน เธอก็เหงื่อแตกอย่างช่วยไม่ได้ “เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก นายก็คิดซะว่า บะหมี่หยางชุนที่อยู่ตรงหน้านายเป็นสปาเกตตีก็แล้วกัน หลังจากนั้นนายจะได้กินอย่างมีความสุข”“เหอะ นี่ไม่ใช่การฝืนใจกันหรอกเหรอ?”ฉินเฉารู้สึกท้อแท้ขึ้นมา “กินบะหมี่หยางชุน ยังต้องให้ฉันกินอย่างมีความสุขอีก เธอจะโฆษณาหรือไง?”“แล้วไง? รีบข้ามหัวข้อนี้ไปได้แล้ว!”หลิวจางปรบมือ “เจ้าของร้าน ขอไข่พะโล้สองฟองให้คนตะกละอย่างหมอนี่หน่อยค่ะ!”“เชี่ย เธอจะให้ฉันกินแบบนี้จริงๆ เหรอ?”“งั้นนายจะเอาอะไร?”“เจ้าของร้าน ขอเพิ่มสามฟอง!”ฉินเฉารู้สึกหดหู่ใจมาก ช่วงนี้เธอคงจะลำบากจริงๆ ถึงได้ชวนเขามากินไข่พะโล้แบบนี้เขากินบะหมี่หยางชุนต่อไป แล้วเอ่ยถามว่า “สหายหลิวจาง เธอแฝงตัวเข้ามานานเท่าไหร่แล้ว?”“ช่วยเรียกชื่อในปัจจุบันของฉันด้วย ตอนนี้ฉันชื่อว่าหลิวลี่”“เป็นชื่อที่ดี……….”“ดีกว่ามือที่สามของนายเยอะ”“เชี่ย!”ฉินเฉาอยากจะกระอักเลือดออกมา “อย่ามาเรียกฉันด้วยชื่อนี้นะบิดาไม่ใช่มือที่สาม!”“สหายฉินเฉา ใส่ใจกับสถานะของนายหน่อย”หลิงจางใช้ตะเกียบของเธอเคาะชามของฉินเฉา แล้วพูดออกมาว่า“จริงจังหน่อย ตอนนี้พวกเรากำลังร่วมมือกันอยู่นะ”“ร่วมมือกันในร้านแผงลอยข้างทาง ที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเนี่ยนะ………….”ฉินเฉาน˺าตานองหน้า“ที่ที่อันตรายที่สุด