นอิงจี๋ควบคุมเส้นผมสีดำของตัวเอง แล้วพูดออกมาว่า“ถึงพลังของมันจะอ่อนแอเกินไปสักหน่อย…………แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะจัดการเจ้า”“อะไรนะ……..”ซูเหยารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทั้งสามคนอยู่บนอากาศ เส้นผมยาวสลวยของซวนหยวนอิงจี๋ยังคงพันรัดซูเหยาเอาไว้แบบนั้นพลังขั้นเซียนปฐพีของซูเหยาได้แพร่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่องหากพยายามต่อไปอีกสักพัก เขาก็จะสามารถหลุดออกมาจากเส้นผมของเธอได้“ซวนหยวนอิงจี๋ ขอบใจเธอมาก ส่วนที่เหลือให้พวกเราจัดการเอง”ร่างของซูเฟยปรากฏตัวขึ้นด้านหลังซูเหยาในทันทีเมื่อครู่นี้ซูเฟยส่งกระแสจิตให้ซวนหยวนอิงจี๋ โดยขอให้เธอช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของซูเหยาแต่ไม่คาดคิดเลยว่า ซวนหยวนอิงจี๋จะทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจได้มากขนาดนี้ดูเหมือนว่า เรื่องที่เธอคาดเดาเอาไว้จะได้รับการพิสูจน์แล้ว“เธอคิดจะทำอะไร?”ซูเหยาขมวดคิ้ว ความกังวลใจพลันเพิ่มมากขึ้นทุกที“พี่ชาย ฉันรู้แล้วนะ ถึงกระบี่หงจวินของพี่จะมีพลังที่แข็งแกร่ง แต่มันก็มีจุดอ่อนเล็กๆ น้อยๆ อยู่ด้วย”ซูเฟยกล่าวออกมา จากนั้นเธอก็หยิบหน้ากากลวงสวรรค์ ที่เพิ่งจะหยิบยืมมาจากเซียวพ่าน มาสวมลงไปบนใบหน้าของตัวเองทันใดนั้นร่างของเธอก็กลายเป็นซูเหยาไปในทันทีจากนั้นเธอก็โน้มตัวลงมาอยู่ตรงหน้าซูเหยา แล้ววางมือลงบนแขนของเขาทันใดนั้นเอง กระบี่หงจวินก็เปล่งแสงสีทองออกมา ก่อนที่จะสงบลงไปอีกครั้ง“ธะ เธอคิดจะทำอะไรน่ะ………..”ซูเหยารู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เขา