าเอง!”สิ้นเสียง เขาได้ยกค้อนดับสลายวิญญาณขึ้นมา แล้วโยนลงไปบนพื้นดินตู้ม!ทันทีที่ค้อนดับสลายวิญญาณกระแทกลงกับพื้นดิน ผืนแผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน ทั่วทั้งเมืองไท่กู่ถูกค้อนนี้ทุบจนแตกออกจากกันเป็นสองส่วนหลุมลึกได้ปรากฏขึ้นมาบนพื้นดิน มันช่างดูน่าสะพรึงกลัวมาก“นี่…….นี่มันอะไรกัน……..”เมื่อเหล่าผู้ฝึกตนได้เห็นพลังของค้อนดับสลายวิญญาณนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาพวกเขาจะเคยเห็นอาร์ติแฟคที่ทรงพลังถึงขนาดนี้ได้ยังไง?“จงคุกเข่าลงต่อหน้าข้า!”จักรพรรดิสวรรค์กล่าว ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของค้อนดับสลายวิญญาณพลังที่ทำให้วิญญาณสั่นสะเทือน“เจ้าเด็กเหลือขอ ใช้ขวานผานกู่ซะสิ!”หลัวเนี่ยเปล่งเสียงออกมา “ใช้ขวานผานกู่มายับยั้งพลังของค้อนดับสลายวิญญาณซะ!”ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ฉินเฉาไม่มีเวลาพอที่จะมาคิดว่า พลังของขวานผานกู่จะใช้ได้ผลหรือไม่หากพลังของค้อนดับสลายวิญญาณแพร่กระจายออกไป เขาก็ไม่อาจคาดเดาบทสรุปของมันได้เลยฉินเฉาคาดไม่ถึงเลยว่าจักรพรรดิสวรรค์จะลงมือจริงๆเดิมทีเขาคิดว่า บุคคลระดับจักรพรรดิจะต้องรั้งรออยู่ในตำหนักสวรรค์ หลังจากที่การปิดล้อมโจมตีเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ค่อยปรากฏตัวออกมาเชี่ย เขาดูถูกจักรพรรดิ ผู้ที่นำกองทัพเข้าสู่สนามรบมากเกินไปสินะเพื่อการรับพลังเทพมารักษาชีวิต ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะทนนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไปฉินเฉายื่นมือข้างหนึ่งไปหยิบขวานผ