านกู่ออกมา“ขวานผานกู่งั้นเหรอ? หึๆ ไม่เลวเลย มันคืออาวุธเทพจริงๆ เสียด้วย”จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยเย้ยหยันออกมาว่า “แต่ทว่าเจ้าไม่มีสายเลือดของซวนหยวน แล้วเจ้าจะแสดงพลังของขวานผานกู่ออกมาได้ยังไงล่ะ?”หลังจากที่พูดจบ แสงสีทองก็ได้เปล่งแสงออกมาจากมือของเขาและหลั่งไหลไปตามค้อนดับสลายวิญญาณแสงสีทองที่มีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วได้ระเบิดออกมาจากค้อนดับสลายวิญญาณ ก่อนที่คลื่นอากาศจะปะทุออกมา“ขวานผานกู่ ถ้านายไม่อยากทำให้ฉันร้องไห้ ก็ให้ฉันยืมพลังหน่อยเถอะ!”ฉินเฉาเปล่งเสียงตะโกนก้อง เขาเก็บกระบี่หยินหยางราชันย์มารกลับไป จากนั้นใช้สองมือกำขวานผานกู่อย่างแนบแน่น แล้วฟาดฟันเข้าใส่ค้อนที่อยู่ตรงหน้าแต่ขวานผานกู่จดจำเพียงแค่เลือด มันกลับไม่จดจำคนถึงแม้ว่าฉินเฉาจะทุ่มเทพลังออกมาอย่างเต็มที่ แต่ขวานผานกู่ก็ไม่ตอบสนองตามความปรารถนาของเขาเลยตัวขวานยังคงเป็นสีดำสนิท ขวานผานกู่ที่แท้จริงไม่ได้ใช้ง่ายๆเหมือนอย่างเงาขวานผานกู่“น่าเจ็บใจชะมัด………..”ในใจของฉินเฉาเกิดความท้อแท้ขึ้นมาแต่ทันใดนั้นเอง ร่างสะโอดสะองเพรียวบางได้ปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างฉินเฉาอย่างฉับพลันแม้ว่าขวานผานกู่จะไม่ตอบสนองต่อความปรารถนาของฉินเฉาแต่เธอนั้นตอบสนอง“ข้าไม่อยากเห็นเจ้าร้องไห้…………”มือเล็กๆ ที่อบอุ่นคู่หนึ่งได้เข้ามากุมมือของฉินเฉาเอาไว้ขวานผานกู่ที่เคยนิ่งงันได้เปล่งแสงสีทองออกมาในทันที“อะไรกัน! เป็นเจ้าเองเรอะ!”เมื่อจักรพรรดิสวรรค์เห็นผ