“ดูเหมือนจะเป็นเพราะว่า ศิษย์ของทั้งสองสำนักทะเลาะกัน การต่อสู้จึงบานปลายขึ้นมาครับ”ฉินเฉาเดินมุ่งหน้าไปทางฝั่งทิศตะวันออก ในขณะที่ฟังการรายงานของหัวหน้าผู้พิทักษ์ของเมืองไท่กู่ไปด้วย“ไร้สาระ”ฉินเฉาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ ไร้สาราชะมัด กำลังจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับต่อสู้กันเองก่อนเนี่ยนะ?นี่มันเรื่องไร้สาระอะไร?“ลูกพี่………ระ เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง…………”หวังจิ่วอีเดินตามหลังฉินเฉามาด้วย ในขณะที่กล่าวออกมาด้วยความประหม่า “ข้ากำชับเรื่องนี้กับพวกเขาเป็นอย่างดีแล้วแท้ๆ แม่งเอ๊ย! ดันมาก่อเรื่องขึ้นในอาณาเขตของลูกพี่ซะได้ เจ้าพวกรนหาที่ตาย!”“ลองพูดออกมาอีกครั้งซิ”สีหน้าของฉินเฉาดูไม่ดีนัก ตอนนี้ทั้งอู๋ชิงเย่และพวกจิ่วเทียนเซียนเฟยได้เดินตามเขามาอย่างใกล้ชิด“ฉินเฉา ฉันกลัวว่าเรื่องนี้อาจจะจัดการไม่ได้ง่ายๆ”ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น ซูจีก็ส่งกระแสจิตไปกล่าวกับฉินเฉาเธอสวมเสื้อโค้ตกันลมสีแดง ก้าวเดินเข้าไปอยู่ข้างๆ ฉินเฉา กลิ่นอายของราชินีแผ่ออกมาอย่างปิดไม่มิดผู้ชายรอบๆ ที่เห็นซูจีอดไม่ได้ที่จะจ้องมองตาค้าง และเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเธอ พวกเขาก็พลันเงียบเสียง และทำได้แต่จ้องมองซูจีเดินจากไป“ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”“ในความคิดของฉัน ดูเหมือนว่าทั้งสองสำนักจะจงใจมีเรื่องกัน”ซูจียังคงส่งกระแสจิตต่อไปว่า “พวกเขาน่าจะอยากให้นายแสดงพลังอำนาจออกมา ฉันว่านายเตรี