ยมใจเอาไว้จะดีกว่า”“เหอะ!”ฉินเฉากำหมัดแน่น “งั้นก็ดีน่ะสิ ฉันเองก็อยากจะให้ใครสักคนมาเป็นไก่ให้ฉันเหมือนกัน”“ฮิๆ ช่วงนี้รสนิยมของนายดูแปลกไปนะ”“เชี่ย ฉันหมายถึงเชือดไก่ให้ลิงดูต่างหาก ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย มันก็ยากที่จะควบคุมคนจากหลายๆ สำนักเอาไว้ได้”ฉินเฉากล่าวออกมา ในตอนนี้พวกเขาได้มาถึงฝั่งตะวันออกของพื้นที่แห่งนี้แล้วที่นี่มีคนของสำนักปีกเทวะและคนของสำนักจักรวรรดิอสูรกำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ศิษย์หลายคนนำอาร์ติแฟคของตัวเองออกมาและจ้องมองกันตาเขม็ง ดูเหมือนว่าการทะเลาะเบาะแว้งใกล้จะเข้าสู่การต่อสู้ในอีกไม่ช้า“สำนักปีกเทวะของพวกเจ้ามีอะไรดีกันนักหนา? สำนักฝ่ายธรรมะช่างยิ่งผยองจริงๆ เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ก็ถูกคนอื่นทำลายเหมือนกันนั่นแหละ!”“ลองพูดอีกครั้งดูสิ เป็นแค่สำนักจักรวรรดิอสูรกระจอกๆ แท้ๆ แต่ยังมีหน้ามาอวดดีอยู่ได้!”“หากไม่พอใจนักก็มาสู้กันเลย!”“สู้ก็สู้สิวะ พวกข้ากลัวพวกเจ้าที่ไหน!”ศิษย์จากสองสำนักต่างโหวกเหวกโวยวายเสียงดังลั่นในเวลานี้ร่างของฉินเฉาได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับสาวๆ และเหล่านักรบเสื้อคลุมสีเงินที่เดินตามมาด้านหลังต่อมาคือผู้พิทักษ์ของเมืองไท่กู่ ที่แบ่งออกเป็นสองแถวและคอยเดินตามมาอย่างใกล้ชิด“เงียบได้แล้ว!”เสียงของฉินเฉาดังลั่นราวกับฟ้าผ่า เขาใช้พลังเทพเปล่งเสียงตะโกนออกมาเสียงจากลำคอของฉินเฉาดังก้องไปทั่วทั้งเมืองไท่กู่ในทันทีศิษย์จากสองสำนักต่างพากัน