นิ่งเงียบและในเวลานี้ เฟิงหลาน เจ้าสำนักของสำนักปีกเทวะได้ลูบเคราของตัวเอง แล้วก้าวเดินออกมากล่าวว่า“ประมุขฉิน เรื่องนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างสำนักจักรวรรดิอสูรและสำนักปีกเทวะของพวกข้า ประมุขฉินโปรดอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยว”ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะคิดเย้ยหยันอยู่ภายในใจมาก่อเรื่องขึ้นในสถานที่ของฉัน แต่กลับไม่อยากให้ฉันเข้ามายุ่งเกี่ยวเนี่ยนะ?เฟิงหลานคนนี้ ท่าทางจะเป็นเพราะว่าสำนักของพวกเขามีปัญหากับฉินเฉาในคราวที่แล้ว และยังเก็บงำความแค้นอยู่ในใจ ดังนั้นถึงได้ดึงสำนักจักรวรรดิอสูรเข้ามา“ใช่แล้ว ประมุขฉิน สำนักปีกเทวะกับสำนักจักรวรรดิอสูรของพวกข้าไม่ถูกกันมานาน เจ้าเป็นคนของนิกายหลัวซา อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”ชายคนหนึ่งจากสำนักจักรวรรดิอสูรก้าวเดินออกมา แล้วกล่าวออกมาอย่างช้าๆเสียงนี้ฟังดูคุ้นเคยมาก ดูเหมือนว่าจะเป็นเจ้าสำนักของสำนักจักรวรรดิอสูรชายคนนี้ใช้เสื้อคลุมหนังเสือห่มร่างกาย ไว้หนวดเครายาวลักษณะท่าทางดูสง่างามเป็นอย่างยิ่ง“ความคับแค้นใจระหว่างข้ากับเจ้าสำนักเฟิงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันสองวัน วันนี้พวกเรามาทำให้มันกระจ่างชัดเจนกันเลยดีกว่า”“เจ้าสำนัก ที่นี่อาณาเขตของพี่ใหญ่ของข้า หากมีเรื่องอะไรค่อยกลับไปสะสางกันอีกครั้งดีหรือไม่?”หวังจิ่วอีกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจนักเหมียวเหรินผู้นี้ช่างไม่ไว้หน้ากันเลยตำแหน่งเจ้าสำนักกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในอีกไม่ช้า ดีไม่ดีผู้ที่กำลังจ