ตตาจากข้าเท่านั้น!”“ตะ แต่ว่า……….นายท่านคะ พวกเราจะฟื้นคืนชีพให้เผ่าจิ่วหลียังไง?”มู่หว่านชิวเอ่ยถามออกมาอย่างอดไม่ได้“นั่นไม่ใช่เรื่องยากเลย ตราบใดที่พวกเราหาชือโหยว ผู้นำเผ่าของพวกมันให้เจอ เมื่อชือโหยวมีชีวิต คนในเผ่าก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วย”กุนซือกล่าวออกมา แล้วย่นจมูกลงเล็กน้อย“นายท่านคะ แล้วหลุมศพของชือโหยวอยู่ที่ไหนล่ะคะ………….”มู่หว่านชิวจ้องมองหลุมศพจำนวนนับไม่ถ้วน สุสานแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่จริงๆ “หลุมศพทุกหลุมดูเหมือนกันไปหมดเลย”“งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าตระกูลซวนหยวนคงจะไม่ยอมให้เจอชือโหยวได้ง่ายๆ สินะ ถึงได้จงใจใช้วิธีนี้”ถึงแม้ว่ากุนซือจะมองไม่เห็น แต่เขาก็เชื่อว่ามู่หว่านชิวจะไม่โกหกเขา“แต่สำหรับกุนซือคนนี้ วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลหรอก”เขาพูดออกมา พร้อมทั้งหันศีรษะจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่ง แล้วสูดดมกลิ่นเข้าไป “ไม่ผิดแน่ ทางนี้แหละ ข้าได้กลิ่นที่เหม็นที่สุดมาจากทางนี้”หลังจากนั้นเขาก็ยกเท้าขึ้น แล้วก้าวเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าหลุมศพที่ดูธรรมดาๆ หลุมหนึ่ง“หึๆ ไม่คิดเลยว่าชือโหยว หัวหน้าเผ่าจิ่วหลีผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต จะมาถูกฝังอยู่ในสถานที่สกปรกแบบนี้ ช่างน่าสมเพชจริงๆ”เขาเก็บกระบี่หงจวิน แล้วเริ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาร่ายคาถาอันแปลกประหลาด“ให้กุนซือผู้นี้ได้ช่วยรักษาศักดิ์ศรีของเจ้าเถอะ นับตั้งแต่นี้ต่อไปเจ้าจะกลายเป็นหมารับใช้ข้างกายข้า แทนที่จะนอนยืดลมหายใจเฮือกสุดท้ายอยู่ที่นี่ สู้กลายมา