วานผานกู่ กุนซือก็จะอยู่ยงคงกระพันในโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง“หึ เจ้าคิดเหรอว่าจะได้ครอบครองขวานผานกู่จริงๆ?”แต่ซวนหยวนอิงจี๋ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นกลับพ่นลมหายใจออกมาจากนั้นเธอก็ขยับมือร่ายวิชาขวานผานกู่ที่อยู่ในมือของกุนซือกลายเป็นแสง และหายลับไปอย่างกะทันหันทันใดนั้นขวานผานกู่ก็ไปปรากฏอยู่ในมือของซวนหยวนอิงจี๋“อะไรกัน!”เมื่อรู้สึกได้ว่าขวานผานกู่ของตัวเองไปปรากฏอยู่ในมือของคนอื่นกุนซือก็พลันตกตะลึงทันที เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ทำไมสิ่งที่เขาได้รับครอบครองถึงหายไปทั้งๆ แบบนั้น“เดิมทีขวานผานกู่เล่มนี้เป็นของตระกูลซวนหยวน มีเพียงผู้ที่มีสายเลือดของตระกูลซวนหยวนไหลเวียนอยู่เท่านั้น ที่จะสามารถควบคุมขวานผานกู่ได้อย่างแท้จริง ส่วนคนอื่นทำได้แค่หยิบยืมพลังของขวานผานกู่มาได้เล็กน้อยเท่านั้น”ฉินเฉาพลันเข้าใจในทันที นี่คือสิ่งที่หลัวเนี่ยเคยบอกว่า เขาควรที่จะดูดซับพลังของขวานผานกู่ด้วยกระบี่ฟ้า“บัดซบ……….คำนวณพลาดไปงั้นเหรอ………..”กุนซือไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย เขาก้าวถอยหลังกลับไปอย่างอดไม่ได้“ถูกต้อง ให้ข้าลองดูหน่อยสิ ว่าขวานผานกู่ของข้าจะแข็งแกร่งกว่ากระบี่หงจวินของเจ้าหรือไม่”เมื่อพูดจบ ซวนหยวนอิงจี๋ก็ยกขวานผานกู่ชี้หน้ากุนซือ“หน็อย!”กุนซือร้องคำรามออกมา หลังจากนั้นเขาก็สะบัดเสื้อคลุม แล้วร่างของเขาก็พลันหายไปในทันที ดูเหมือนว่าเขาจะหนีไปแล้ว“เฮ้อ……..”ซวนหยวนอิงจี๋ถอนหายใจออกมาทันทีตอน