“ฉินเฉา นายคิดว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพันบนโลกใบนี้ใช่ไหม?”หลูเหม่ยจวนกำลังถือเงาขวานผานกู่ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นชาออกมา“ฉันจะไม่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต นายลองคิดดูให้ดีเถอะ”“ถ้าเธอไม่ยอมสงบสติอารมณ์แล้วมาพูดคุยกัน พวกเราก็มีแต่จะต้องเป็นศัตรูกันเท่านั้น”ฉินเฉากราชับกระบี่หยินหยางราชันย์มารให้มั่น ไอพลังสีดำทมิฬโอบล้อมพันรอบกระบี่อย่างต่อเนื่อง“ดี………ในเมื่อนี่คือทางเลือกของนาย”จู่ๆ หลูเหม่ยจวนก็ลดขวานในมือลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นเธอได้จ้องมองฉินเฉา แล้วพูดขึ้นมาว่า “แต่ฉันไม่อยากจะลงมือกับนายฉันจะฝากเรื่องนี้เอาไว้กับคนพวกนี้ก็แล้วกัน”สิ้นเสียง เธอได้ยื่นมือข้างหนึ่งออกมาปลดปล่อยประตูสีแดงบานหนึ่งให้ออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าอย่างช้าๆประตูสีแดงบานนั้นค่อยๆ เปิดออกมา จากนั้นร่างอันทรงพลังมากมายก็ก้าวเดินออกมาจากประตูทีละคน“อะไรกัน……….ทะ ที่แท้ก็เป็นพวกเจ้า………..”“อามิตตาพุทธ……………นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะร่วมมือกับสำนักราชันย์ภูตแบบนี้……………”หนานกงเหอและหลวงจีนหงฝ่าอุทานออกมาด้วยความตกใจ“หึๆ นี่ไม่ใช่การร่วมมือกันหรอก”นักพรตวัยกลางคน ผู้สวมเสื้อคลุมตัวยาวสีม่วงแสยะยิ้มออกมาเขาสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วกล่าวออกมาอย่างสงบ“หลงว่านเฉิง เจ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่!”ผู้อาวุโสของสำนักเฟิงสุ่ยคนหนึ่งร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่น“พวกเจ้ายังเป็นพันธมิตรของแปดสำนักบรรพกาลกันอยู่หรือไม่?ถึ