ด้รางๆแต่ในเวลานี้ เสียงของหลูเหม่ยจวนได้เรียกความสนใจของทุกคนอีกครั้ง“ฉินเฉา ทำไมนายถึงต้องคอยขวางทางฉันตลอดเวลา!”หลูเหม่ยจวนตะโกนขึ้นมา “หรือว่านายถูกโชคชะตาลิขิตมาให้ต่อสู้กับฉัน?”“หลูเหม่ยจวน พวกเรายืนอยู่คนละฝั่งกัน โชคชะตาคงจะกำหนดให้พวกเราต้องกลายเป็นศัตรูกัน”ฉินเฉาถอนหายใจออกมา “ถ้าหากว่าเธอใจเย็นลง แล้วยอมพูดคุยกันดีๆ พวกเราก็จะมีทางช่วยเหลือแม่ของเธอได้”ขอเพียงแค่ผ่านช่วงนี้ไป รอให้สวรรค์ลงมาบนโลก และให้พวกเขาใช้ขีดจำกัดในขั้นเซียนฟ้าโจมตีพวกมันให้น่วมก่อนก็พอแล้วแต่ถ้าหากถึงขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้า ผลแพ้ชนะก็ไม่อาจที่จะคาดเดาได้เลย“พูดจาได้น่าฟังดีนี่ ผู้ชายอย่างพวกนายก็คิดถึงตัวเองกันทั้งนั้น”หลูเหม่ยจวนจับเงาขวานผานกู่สีทองเอาไว้แน่น เธอชี้มันไปยังฉินเฉา แล้วพูดออกมาว่า “อย่าได้คิดว่าจะมาหยุดฉันได้ ตอนนี้ฉันมีขวานผานกู่อยู่ในมือแล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีใครที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของฉันได้อีกต่อไปแล้ว ถ้านายเข้ามาขวางทางฉัน ฉันก็จะฆ่านายไปด้วย!”“มันเป็นแค่เงาของขวานผานกู่เท่านั้น”ฉินเฉาพูดขึ้นมา ตอนนี้เขากำลังถือกระบี่หยินหยางราชันย์มารเอาไว้ในมือตอนนี้เขามีเพียงแค่กระบี่หยินหยางราชันย์มารที่มีพลังของกระบี่ฟ้าเท่านั้น ที่จะใช้หยุดยั้งเงาขวานผานกู่ได้ตอนที่เขาใช้มือรับมันเมื่อครู่นี้ ทั้งฝ่ามือพระโพธิสัตว์ รวมไปถึงเกราะเก้ามังกรล้วนได้รับความเสียหายทั้งหมดหากไม่ใช้เวลาซ่อมแซมประมาณส