ียงหันมามองอู๋ชิงเย่ด้วยความแปลกใจ “แล้วเจ้าสำนักของสำนักสวรรค์เร้นลับคนนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงของเจ้าหรอกเหรอ?”“แค่กๆ คือ……..นี่เป็นผลลัพธ์ที่ฉันได้มาจากการพยายามอย่างหนักน่ะ”ฉินเฉายิ้มเล็กยิ้มน้อยออกมาอย่างมีความสุขอู๋ชิงเย่ที่อยู่ใกล้ๆ เหยียบเท้าของฉินเฉาในทันทีเจ้าหมอนี่ ทำท่าทางอวดดีได้กวนบาทาเกินไปแล้ว!“ดูความหวานแหววของพวกเจ้าสิ ช่างมีความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ…………”เตี๋ยอู่กล่าวขึ้นมาด้วยความอิจฉา “ข้าหวังว่าสักวันหนึ่ง พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแบบนี้บ้าง”หลังจากที่เตี๋ยอู่หวั่นไหวไปกับหนานกงเหลียง ก็ดูเหมือนว่าการบทบาทของวิญญาณชีวิตจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆเธอเริ่มเกิดความโหยหาขึ้นมาบ้างแล้วฝ่ายอู๋ชิงเย่นั้นหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย ถึงแม้ว่าใบหน้าจะถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก แต่เธอก็ก้มหน้าลงและจับมุมเสื้อของตัวเองจนยับย่นด้วยความเขินอายฉินเฉาก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความขวยเขินเช่นกัน“ทำได้สิ เตี๋ยอู่ ต้องทำได้แน่นอน เจ้าเชื่อใจข้านะ!”หนานกงเหลียงตบหน้าอกตัวเอง พร้อมกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นอกจากสำนักสวรรค์เร้นลับที่เป็นสำนักของผู้หญิงของฉัน กับสำนักไท่ยีที่ถูกฉันยึดครองมาได้ สำนักอื่นๆ ก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันกันหมดเลย”“สำนักไท่ยี……….ถูกเจ้ายึดครองไปแล้วเหรอ!”หนานกงเหลียงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง“นี่เจ้าไม่ได้พูดเล่นอยู่ใช่ไหม………..”“จะทำแบบนั้นได้ยังไง