ู่กับข้างั้นเหรอ?”หนานกงเหลียงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่คาดคิด“ไม่ใช่แบบนั้น……..พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะอยู่ที่นี่คอยปกป้องสำนักเฟิงสุ่ย ปกป้องเหอเอ๋อ………..”เตี๋ยอู่กล่าวขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “เจ้านี่โง่จริงๆ เจ้าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าไปได้ยังไง!”“โอ้ ใช่แล้วๆ ………”หนานกงเหลียงตบหน้าผากตัวเองทันที“คนโง่………ทำไมเจ้าถึงได้ชอบลืมอยู่เรื่อยเลยว่าตัวเองมีลูกสาว………..เหอเอ๋อเป็นเจ้าสำนักแทนเจ้านะ เธอต้องแบกรับภาระเอาไว้มากมาย พวกเราเป็นพ่อแม่ ถึงแม้ว่าจะช่วยเหลือเธอไม่ได้ แต่ก็ควรจะช่วยแบ่งเบาภาระของเธอไปบ้าง”“อืม ข้าจะเชื่อฟังเจ้า”หนานกงเหลียงจับมือเตี๋ยอู่เอาไว้ แล้วผงกหัวราวกับไก่จิกเมล็ดข้าว“งั้นพวกเรามาใช้ชีวิตอยู่ในหอคอยสกัดกลั่นมารแห่งนี้กันเถอะนอกจากปราณอสูรปราณปีศาจจะมีเยอะเกินไปบ้าง แต่ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ไม่เลวเลย”“อืม…….”เตี๋ยอู่พยักหน้ารับด้วยใบหน้าอันแดงก˹าไม่ใช่ว่าเธอจะไม่มีความรู้สึกหรอกเหรอ?แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเตี๋ยอู่ยังมีวิญญาณชีวิตอยู่ภายในใจแต่ไม่ว่ายังไง ขอเพียงแค่สองคนนี้มีความสุขก็เพียงพอแล้ว“หนานกงเหลียง เตี๋ยอู่ พวกเจ้าอย่าเพิ่งมาพลอดรักกันตอนนี้เลยพวกข้ามีเรื่องที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเจ้า”จู่ๆ แววตาของอู๋ชิงเย่ก็เปล่งประกาย จากนั้นเธอก็รีบเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็ว“ว่ายังไง? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร พวกเจ้าก็พูดมันออกมาได้เลยพวกเจ้าคือผู้มีพระคุณของหน