อ? เจ้าถึงได้ดูกระตือรือร้นมากขนาดนั้น”“ไม่มีอะไรหรอก แค่พูดถึงเรื่องพลังในแต่ละส่วนเท่านั้น”ฉินเฉาจะไปทวนคำพูดของวานรเผือกเมื่อครู่นี้ได้ยังไง? เขาเดินไปอยู่ตรงหน้าหอคอยสกัดกลั่นมาร และจ้องมองม่านพลังที่อยู่ในหอคอย“เอาล่ะ ถึงตาเธอแล้ว”“แปลกจริงๆ………”อู๋ชิงเย่ไม่เชื่อคำพูดของฉินเฉาง่ายๆ แต่เพราะว่าเวลามีจำกัด เธอจึงเดินไปอยู่ตรงหน้าหอคอย แล้วยื่นมือไปวางบนม่านพลังนั้นในไม่ช้าบนม่านพลังก็ส่องแสงสีดำออกมาจากนั้นประตูที่สูงพอสำหรับคนคนเดียวก็ค่อยๆ เปิดออกมาจากม่านพลังอย่างช้าๆ“รีบเข้าไปเร็ว ผลของมันอยู่ได้ไม่นานนะ!”อู๋ชิงเย่รีบกล่าวเตือนขึ้นมาฉินเฉามุดเข้าไปในม่านพลังอย่างไม่ลังเลใจอู๋ชิงเย่เดินตามเข้ามา ตอนนี้ทั้งสองคนได้เข้ามาอยู่ในหอคอยสกัดกลั่นมารกันอีกครั้งเมื่อเข้ามาในม่านพลังได้ ฉินเฉาก็ถอนหายใจออกมา“เยี่ยมไปแล้ว พวกเราเข้ามาในหอคอยได้แล้ว”เขาจับมืออู๋ชิงเย่ แล้วใช้พลังของแมงมุมพิษเก้าเร้นลับเคลื่อนที่ไปยังชั้นที่สิบของหอคอยในค่ายกลวิหคแดงไม่มีใครอยู่อีกต่อไปแล้วโซ่ตรวนที่ใช้พันธนาการร่างของอสูรผีเสื้อสาวยังคงหล่นอยู่ที่นั่นอู๋ชิงเย่ถอนหายใจออกมาทันที“เฮ้อ เมื่อตอนกลางวันยังพูดคุยกันอยู่แท้ๆ ไม่คิดเลยตอนนี้เธอจะไม่อยู่แล้ว”“อย่าเสียใจไปเลย นี่คือหนทางที่เธอเป็นคนเลือกเอง”ฉินเฉาตบบ่าของอู๋ชิงเย่พูดกันตามตรง เขาเองก็รู้สึกหนักอึ้งในใจไม่แพ้กันถึงแม้ว่าจะได้พูดคุยกันแค่ช่วงเวลาสั้น