หลังจากที่เข้ามาในสำนักเฟิงสุ่ยได้แล้ว พวกเขากลับต้องผ่านลานแยกไปให้ได้เสียก่อนและยังต้องอดทนจนกว่าจะได้เข้าสู่ขั้นประกายแสง?ที่จริงแล้วฉินเฉาสามารถเข้าสู่ขั้นประกายแสงได้ในทันที แต่หากทำแบบนั้นจะดูน่าสงสัยมากจนเกินไปหากสำนักเฟิงสุ่ยไม่สงสัยในตัวตนของเขาเลย นั่นก็เป็นการพิสูจน์ได้ว่าในสำนักนี้มีแต่คนโง่“พวกเจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นให้กลับมาหาข้าที่นี่”ฉางเฟิงให้ศิษย์ที่อยู่ใกล้ๆ โยนชุดนักพรตเต๋าสีขาวสองตัวมาให้จากนั้นก็กล่าวกับฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ด้วยความเย่อหยิ่งฉินเฉาและอู๋ชิงเย่หันมามองหน้ากันทันทีดูเหมือนว่าพวกเขาจะเจอปัญหาเข้าแล้ว………….“ข้าให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งนาที เร็วๆ เข้า! ข้าไม่มีเวลามารอพวกเจ้าหรอกนะ!”เมื่อฉางเฟิงเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่รีบขยับตัว เขาก็กล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธ “เวลาทุกนาทีของข้ามีค่ามาก พวกเจ้ากำลังทำให้เวลาในการฝึกตนของข้าต้องล่าช้าลง!”“ดูเหมือนว่าจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่เท่านั้น……….เธอทำได้ใช่ไหม?”ฉินเฉาจ้องมองอู๋ชิงเย่ด้วยความกังวลถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะกลายเป็นผู้ชายไปแล้ว แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงอยู่ดีต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าผู้คนมากมาย นั่นเป็นเรื่องที่ฝืนใจกันเกินไปหน่อย“ไม่เป็นไรหรอก ข้าใส่เสื้อผ้าข้างในเอาไว้ด้วย”อู๋ชิงเย่กล่าวออกมา จากนั้นเธอก็ยื่นมือมาถอดเสื้อคลุมด้านนอกออกไปเป็นอย่างที่พูดจริงๆ ด้านในยังมีอาภรณ์ตัวยาวสีขาวที่ห่อหุ