เขาหน่อยสิ”“ครับ”เมื่อหลิวกงกล่าว ชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ข้างๆ ก็ก้าวออกมา แล้วเหลือบตามองพวกฉินเฉา พลางกล่าวว่า“พวกเจ้าที่มาใหม่ จงฟังให้ดี”ทั้งฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ต่างขมวดคิ้วในทันทีชายคนนี้ ทำไมถึงได้มีท่าทีหยิ่งยโสขนาดนี้?“จำเอาไว้ให้ดี ข้าคือฉางเฟิง เป็นศิษย์เอกของลานแยกแห่งนี้หลังจากนี้ไม่ว่าพวกเจ้าจะทำอะไรก็จะต้องทำตามคำสั่งของข้า คำว่าว่าที่ศิษย์ เป็นเพียงแค่ชื่อชั่วคราวเท่านั้น ขอเพียงแค่พวกเจ้าสามารถเข้าสู่ขั้นประกายแสงภายในหนึ่งร้อยปีได้ พวกเจ้าก็จะสามารถเข้าสู่สำนักเฟิงสุ่ยอย่างเป็นทางการและกลายเป็นศิษย์ที่แท้จริงของสำนักเฟิงสุ่ย แต่หากพวกเจ้าเข้าสู่ขั้นประกายแสงภายในหนึ่งร้อยปีไม่ได้ พวกเจ้าก็จะต้องออกไปจากสำนักเฟิงสุ่ยและกลับไปอยู่ในหมู่บ้านของพวกเจ้าเท่านั้น”เชี่ย มีกฎแบบนี้ด้วยเหรอ?เข้าสู่ขั้นประกายแสงภายในหนึ่งร้อยปี?เหอะ สำนักในโลกของผู้ฝึกตนในสมัยนี้ ถ้าสำเร็จพื้นฐานการฝึกตนนี้ได้ภายในหนึ่งพันปีก็นับว่าไม่เลวแล้วสมแล้วที่เป็นแปดสำนักบรรพกาล ถึงกับมีข้อกำหนดแบบนี้ด้วย“ไม่ต้องห่วง ขอเพียงแค่พวกเจ้าหมั่นฝึกตนทั้งวันทั้งคืน ไม่เกียจคร้าน ด้วยความสามารถของพวกเจ้าและวิชาการฝึกตนในสำนักเฟิงสุ่ยของพวกเรา ภายในหนึ่งร้อยปีนี้ พวกเจ้าจะต้องเข้าสู่ขั้นประกายแสงได้ทันเวลาแน่นอน”หลิวกงเอ่ยปลอบโยนพวกเขาด้วยรอยยิ้ม“ศิษย์พี่พูดถูกต้องแล้ว……..”ฉางเฟิงกล่าวขึ้นมาด้วยความนอบน้อมในทันที