ีที่ปู้จิงเทียนเห็นอสูรเหล่านี้เข้ามาห้อมล้อม เขาก็หวาดผวาจนแข้งขาอ่อนแรง หน้าซีดเผือด และอยากจะลงไปนั่งคุกเข่าลงกับพื้นลิลลี่เองก็กังวลมากไม่แพ้กัน เธอดึงแขนเสื้อของอู๋ชิงเย่เอาไว้แน่นและหลบอยู่ด้านหลังอีกฝ่ายอสูรที่เข้ามาห้อมล้อมเหล่านี้จ้องมองพวกเขาอยู่หลายหน ก่อนที่จะเดินแยกย้ายกันไปคนละทางลิลลี่จึงถอนหายใจออกมาได้อย่างเต็มที่“ดูเหมือนว่าเม็ดยาอสูรจะใช้ได้ผลจริงๆ ด้วย”ฉินเฉารู้สึกทึ่งเช่นกัน เพราะหลัวเต๋อไม่สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาอสูรออกมาได้สำนักเฟิงสุ่ยช่างมีความสามารถจริงๆบนร่างกายของฉินเฉายังคงมีปราณปีศาจแผ่ออกมา นั่นทำให้อสูรเหล่านี้มองพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกมัน“ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็เดินเข้าไปให้ลึกกว่านี้เถอะ”ในเมื่อปีศาจเหล่านี้ไม่ทำอันตรายใดๆ นั่นก็คือเรื่องที่ดีที่สุดแล้วอู๋ชิงเย่กล่าวแนะนำขึ้นมา“อืม พวกเราต้องรีบกันแล้ว ข้ากลัวว่าจะกลับไปไม่ทันเวลา”ลิลลี่ยังคงกังวลเรื่องการทดสอบฉินเฉาเองก็กังวลเช่นกัน เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวโยงถึงเรื่องที่เขาจะลอบเข้าไปในสำนักเฟิงสุ่ยได้หรือไม่เพราะฉะนั้นแล้ว ภารกิจนี้จะต้องสำเร็จเท่านั้นทุกอย่างนั้นเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ขาดแค่เรื่องสำคัญอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นเขาจะไม่ยอมให้เจ้าปู้จิงเทียนมาทำลายแผนการของเขาเด็ดขาดทั้งสี่คนเดินลึกเข้าไปในหอคอยถึงแม้ว่าจะมีอสูรวิ่งมาเจอพวกเขาบ้าง แต่เป็นเพราะเม็ดยาอสูรอสูรเหล่านั้นจึงไม