ยได้จะไม่ให้เขาอิจฉาได้ยังไงกันล่ะ!ส่วนฉินเฉานั้นลอบส่ายหน้าอยู่ในใจ ความมั่นใจของลิลลี่ขึ้นอยู่กับอู๋ชิงเย่โดยสมบูรณ์ไปแล้ว เขาจะรอดูว่าเธอจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ยังไง“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว พายุพัดผ่านไปแล้วนะ”อู๋ชิงเย่พยุงร่างของลิลลี่ขึ้นมา แล้วกล่าวออกมาว่า “พวกเรารอช้ากันไม่ได้อีกแล้ว รีบไปดูที่ประตูกันเถอะว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”“จะ จะ เจ้าเสียสติไปแล้วเรอะ!”ปู้จิงเทียนเอ่ยถามออกมาด้วยความตื่นตระหนก “เจ้ามองไม่เห็นพายุที่น่ากลัวเมื่อครู่นี้หรือไง………..ยังอยากจะไปดูอีกเหรอว่ามีเกิดอะไรขึ้น…………..หากพายุพัดเข้ามาอีกลูก พวกเราได้ตายกันหมดแน่!”“ในบางครั้ง ยิ่งเป็นสถานที่ที่อันตรายมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งปลอดภัย”อู๋ชิงเย่เบ้ปาก แล้วเหลือบตามองปู้จิงเทียน “หากเจ้าขี้ขลาดนักก็ไม่ต้องมาก็ได้”“ข้าไม่มีทางไปอยู่แล้ว แต่ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาด เป็นพวกเจ้าต่างหากที่โง่!”ปู้จิงเทียนตะโกนออกมาว่า “ลิลลี่ก็จะไม่ไปเหมือนกัน พวกเราจะรอคอยความช่วยเหลือจากสำนักเฟิงสุ่ยอยู่ที่นี่”“ใครบอกว่าข้าจะไม่ไป?”ลิลลี่มีสีหน้าดีขึ้นแล้ว ดวงตาที่งดงามของเธอจับจ้องที่ร่างของอู๋ชิงเย่ “อยู่กับฉินซานปลอดภัยที่สุดแล้ว มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องข้าได้ ที่ลิลลี่ผู้นี้ช่วยปู้จิงเทียนมาหลายครั้ง นั่นก็นับว่าข้าทำดีต่อเจ้ามากที่สุดแล้ว หากเจ้าอยากเดินกลับไปนัก เจ้าก็เลือกในสิ่งที่เจ้าต้องการเองเถอะ”จากนั้นเธอก็เ