างนั้นเขาจะต้องพลาดสำนักเฟิงสุ่ยไปอย่างแน่นอนและเมื่อถึงเวลานั้น ถึงจะเสียใจมันก็คงจะสายเกินไปแล้วคนทั้งสี่มีความเห็นไม่ลงรอยกันเท่าไหร่นัก ดังนั้นฉินเฉาจึงต้องกลายเป็นผู้นำ เดินนำทางไปยังประตูทางเข้าหอคอยสกัดกลั่นมารโอ้ ใครใช้ให้เขาเป็นพี่ชาย เป็นฉินเอ้อกันล่ะ………….เชี่ย พอนึกถึงชื่อนี้ทีไรก็เจ็บปวดไปซะทุกครั้งเลย!ที่ประตูทางเข้าเต็มไปด้วยปราณปีศาจอันหนาแน่น ฉินเฉาและคนอื่นๆ ต้องใช้พลังลมปราณปกป้องร่างกายในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายถูกปราณปีศาจกัดกร่อนแต่ถึงอย่างนั้น สีหน้าของคนทั้งสี่ก็ดูมืดมนอยู่เล็กน้อยฉินเฉากับอู๋ชิงเย่ยังอยู่ในสภาพดี แต่ลิลลี่กับปู้จิงเทียนนั้นดูเคร่งเครียดกันมากความมืดมนฉายชัดอยู่ในแววตาของพวกเขาดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบจากปราณปีศาจหลังจากที่ทั้งสี่คนเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้า พวกเขาก็รู้สึกดีใจกันมากเพราะที่หน้าประตูทางเข้า มีชายวัยกลางคน ผู้สวมชุดนักพรตเต๋าของสำนักเฟิงสุ่ยกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นบนร่างของเขานั้นเปล่งแสงสีม่วงออกมา เพื่อขับไล่ปราณปีศาจที่อยู่รอบตัว“พวกเจ้าเป็นใคร?”ถึงจะยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมา แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงการมาเยือนของทั้งสี่คนคนคนนั้นเริ่มเอ่ยปากขึ้นมา น˺าเสียงของเขาแหบพร่าอยู่เล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่สามารถซ่อนเร้นพลังที่อยู่ภายในนั้นได้“ผู้อาวุโสของสำนักเฟิงสุ่ย”อู๋ชิงเย่รีบก้าวออกไปข้างหน้า แล้วประสานมือเอาไว้ที่อก ก่อนที่จะกล่า