ั้นจึงหันไปมองเฝิงต้าลู่ผู้เป็นพ่อของตนเองด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ
“วันนี้พ่อเป็นอะไรไป?”
“ก่อนหน้านี้ตระกูลเราและตระกูลหานเป็นศัตรูกัน ตอนเด็ก ๆ ที่เราเป็นเพื่อนบ้านกัน เราก็ไม่ถูกกัน พ่อไม่เคยให้ผมไปเล่นกับเขาด้วยซ้ำ”
“ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ผมจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้าย…”
“พ่อกลับเป็นฝ่ายยอมแพ้งั้นเหรอ?”
เขารู้สึกงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้ามาก
เขาไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าพ่อของตัวเองจะพูดแบบนี้กับเขา
แถมยังเรียกอีกฝ่ายว่าคุณชายหานอีกต่างหาก
เฝิงเว๋ยขยำหมายศาลจนเป็นก้อนแล้วโยนทิ้งไปข้าง ๆ
“ผมจะไปขึ้นศาลตามวันที่พวกเขานัดหมาย แต่ว่า–”
เขากำลังจะบอกว่าตัวเองเข้าไปอย่างไรก็จะสามารถออกมาได้แบบนั้น
แต่ประโยคนี้ยังไม่ทันจบ เฝิงต้าลู่ก็ตบหน้าเขาเสียก่อน
“แกยังคิดถึงสัญญานั่นอยู่อีกหรือ!”
“ลืมตาดูให้ดี ๆ ซะว่าสัญญานั่นของแกมันเป็นอย่างไรกันแน่!”
เฝิงต้าลู่พูดพลางเปิดรูปสัญญาที่เคยถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือ
“ฉันบอกแกแล้วว่าตอนเซ็นสัญญาต้องดูให้ดี ๆ แกลองดูสิ สัญญาที่แกพูดถึงมันเขียนไว้ว่าอะไร!”
ขณะที่กำลังพูด เฝิงต้าลู่ก็ยื่นโทรศัพท์ที่เปิดรูปอยู่ไปตรงหน้าของเฝิงเว๋ย
ชายหนุ่มรับโทรศัพท์มาดู ในตอนแรก สีหน้าของเขายังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
อย่างไรก็ตาม ส่วนแรกของสัญญาเป็นส่วนที่เขาปรึกษากับทนายความหลายคนอย่างยาวนานกว่าจะตกลงกันได้
แต่เมื่อดูถึงส่วนสุดท้าย ตอนที่เฝิงเว๋ยเห็นตัวอักษร ‘เจ