ะประกาศเสียงดังฟังชัด“ในที่สุดการประลองที่มีมานานหลายร้อยปีก็รู้ผลเสียที”น˺าเสียงของเธอฟังดูหวั่นไหวและโล่งใจไปในเวลาเดียวกัน “หลายร้อยปีมานี้ มีผู้กล้าจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนที่เข้ามาท้าทายลูกสาวของข้า จนในที่สุดวันนี้ก็รู้ผลกันเสียที ว่าเป็นผู้กล้าวัยเยาว์ ผู้ฝึกตนพเนจร ฉินสือเอ้อคนนี้ และตอนนี้ข้าขอประกาศว่า ฉินสือเอ้อคือ…………….”“ช้าก่อน!”ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ฉินเฉาได้ยื่นมือออกมาหยุดคำพูดของไป๋หยวนหยวนอย่างกะทันหัน“โอ้?”เพราะถูกขัดจังหวะเอาดื้อๆ ไป๋หยวนหยวนจึงดูไม่พอใจนัก“ฉินสือเอ้อ เจ้ามีอะไรจะพูดงั้นเหรอ?”“ใช่ ฉันรู้สึกละอายใจมากที่ต้องขัดจังหวะผู้อาวุโสไป๋ แต่ว่าฉันมีบางอย่างที่จะต้องพูดออกมาให้ได้”ฉินเฉาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ “ไม่อย่างนั้นฉันคงจะรู้สึกเสียใจกับเจ้าสำนักอู๋ ที่ต่อสู้กับฉันมาอย่างยาวนาน”ฉินสือเอ้อกำลังจะพูดอะไรกันแน่?ทุกคนที่อยู่ในสำนักสวรรค์เร้นลับอดไม่ได้ที่จะจ้องมองชายที่อยู่ในสนามประลองอู๋ชิงเย่ก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน เธอหันหน้าไปจ้องมองชายที่สามารถเอาชนะเธอได้“ฉันยอมรับว่าสาเหตุที่ฉันมายืนอยู่ที่นี่ จุดประสงค์ของฉันตั้งแต่แรกไม่ใช่เพื่อเจ้าสำนักอู๋ แต่ว่าเพื่อสำนักสวรรค์เร้นลับแห่งนี้!”ฉินเฉากล่าวออกมาเสียงดัง“ว่าไงนะ!”“ไอ้หมอนั่น………”ศิษย์ในสำนักสวรรค์เร้นลับต่างหันมาพูดคุยกันทันทีถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ว่าทุกคนก็ปกปิดมันเอาไว้ ไม่เค