้วจ้องมองเขาด้วยท่าทีน่ารักน่าชัง“ไม่คิดเลยว่าคนขี้เหร่อย่างเจ้าจะเอาชนะมาได้”เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังประหลาดใจมาก“คนขี้เหร่จะมีความรักไม่ได้หรือไง?”ฉินเฉากล่าวตอบสาวน้อยในอาภรณ์สีเหลืองด้วยความหดหู่“ฮิๆ ไม่ได้พูดถึงขนาดนั้นสักหน่อย ข้ายังจับตามองเจ้าอยู่นะ ถึงยังไงข้าก็ยังเป็นผู้นำทางของเจ้านี่นา………….”“เชี่ย ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ!”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฉินเฉาก็อารมณ์เสียขึ้นมา“เธอนำทางให้บิดาลงนรกจริงๆ ด้วย…………”“ฮิๆ เจ้าเป็นผู้ชายตัวโตๆ อย่าลดตัวลงมายุ่งกับสาวน้อยอย่างข้าเลย”สาวน้อยในอาภรณ์สีเหลืองยิ้มซุกซน นั่นทำให้ฉินเฉานึกโกรธไม่ลงจะให้ตีเธอ? ด่าเธอ?นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผู้ชายสมควรทำสักหน่อยช่างเถอะ ถึงยังไงเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว จะไปตีไปด่าให้ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาล่ะ?“เฮ้อ เพราะแบบนี้มันทำเลยทำให้เจ้าสำนักอู๋ของพวกเธอต้องขุ่นเคืองน่ะสิ ตอนที่ฉันสู้กับเจ้าสำนักอู๋ ฉันได้ตายแน่”“โอ้ ฟังจากน˺าเสียงของเจ้าแล้ว อย่างกับว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะหวังจิ่วอีได้แน่นอนอย่างนั้นแหละ?”สาวน้อยในอาภรณ์สีเหลืองคนนี้ฉลาดมาก เธอเอ่ยถามออกมาทันที“ฉะ ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย………..ฉันหมายความว่า ถ้าฉันโชคดีต่างหาก………..”ฉินเฉาผงะไป แม่เจ้า เขาเกือบจะเผยไต๋ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว!“เจ้าคนขี้เหร่ บอกความจริงมาว่าเมื่อครู่นี้เจ้าเอาชนะมาได้ยังไง?”สาวน้อยในอาภรณ์สีเหลืองกระพริบดวงตากลมโต แล้วเอ่ยถามออกม