จนกระทั่งพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารเดินเข้ามากระซิบให้ฝ่ายเฝิงต้าลู่เงียบลงหน่อย เขาจึงยอมลดเสียงลง
แต่ถึงแม้เสียงจะถูกกดไว้ แต่ความโกรธในใจของเฝิงต้าลู่ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
เขาใช้เสียงที่กลั้นไม่อยู่พูดต่อไป
“บอกมา แกได้เงินจากอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งานพวกนี้มาเท่าไหร่?”
หลังจากพูดประโยคนี้จบ เฝิงเว๋ยก็รู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก
เขารีบตอบไปว่า “ไม่มี ผมไม่ได้เงินสักหยวนเลยนะ!”
เฝิงต้าลู่ตกใจเป็นอย่างมาก เขามองไปที่ลูกชายตนก่อนเปิดปากพูดอย่างไม่อยากเชื่อ
“ไม่ได้เงิน?!”
“แกบอกว่าไม่ได้สักหยวนเลยงั้นเหรอ?!”
เฝิงเว๋ยพยักหน้าอย่างระมัดระวัง
เพียะ
อย่างที่คาดไว้ ฝ่ามือของเฝิงต้าลู่ตบลงบนใบหน้าของเฝิงเว๋ยอย่างแรง
“โกหก!”
เขาไม่มีทางเชื่อเลยว่า การที่เฝิงเว๋ยเอาเครื่องจักรที่ต้องกำจัดทิ้งจำนวนมากขนาดนี้ส่งไปที่ร้านเสริมความงามของคนอื่นจะไม่ได้รับเงินเลย?!
ทำบุญหรือไง?
ในสถานการณ์แบบนี้ หากเป็นเจ้าเด็กจากตระกูลหานเขาคงจะยอมเชื่อ แต่ไม่มีทางเชื่อว่าเจ้าลูกชายจะใจบุญแบบนั้นเด็ดขาด!
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเฝิงเว๋ยดูเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก