รือลำใหญ่ ได้ก้าวเดินไปด้านหน้า แล้วเปล่งเสียงตะโกนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ“ช่างมั่นใจจริงๆ”นักพรตฮวาเจียนเปล่งเสียงหัวเราะออกมา “งั้นข้าก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณชายหวัง ที่โอ้อวดพลังของตนออกมาด้วยจริงๆ”หมอนี่เอาอีกแล้ว ฉินเฉาคิดในใจ ทำไมถึงไม่วิ่งเข้าไปหาเจ้าอู๋ชิงชิวบ้าง?ทั้งสองคนน่าจะคู่กันได้ดีทีเดียวจะต้องมาประลองยุทธ์เลือกคู่อีกทำไม? แค่เดินจับมือกันลงไปจากสนามก็จบแล้ว“วันนี้มีข้าอยู่ที่นี่ด้วย ข้าเกรงว่าคุณชายหวังคงจะไม่สมหวังซะแล้วล่ะ”เฉินจุนอี้ ผู้สืบทอดกระบี่หัวใจมารแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย“เหอะ คนอย่างเจ้าคงจะไม่ไหวหรอก”เห็นได้ชัดเจนว่าหวังจิ่วอีไม่เห็นผู้สืบทอดกระบี่หัวใจมารอยู่ในสายตา“น่าเสียดายที่วันนี้พวกเราไม่ได้มาต่อสู้กันเอง”เย่อู๋เฉินกอดอก กล่าวเย้ยออกมาอยู่ทางด้านข้าง “ข้าเกรงว่าพวกเจ้าทั้งคู่ คงจะไม่มีโอกาสได้วัดฝีมือกันหรอก”“โอกาสย่อมมีอยู่เสมอ”เฉินจุนอี้รับรู้ถึงความเกลียดชังที่หวังจิ่วมีต่อตนเองได้ “เมื่อการประลองนี้จบลง ข้ากับคุณชายหวังก็จะรู้ผลกันแล้ว”“เหอะ!”หวังจิ่วอีพ่นลมหายใจออกมา เขาไม่เห็นเฉินจุนอี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยฝ่ายเฉินจุนอี้นั้นกำหมัดแน่นหากไม่ใช่ว่าสำนักสวรรค์เร้นลับห้ามไม่ให้ผู้เข้าแข่งขันต่อสู้กันเองเขาก็คงจะแทงกระบี่ใส่จมูกของอีกฝ่ายไปแล้วในขณะที่บรรยากาศบนเรือกำลังกระอักกระอ่วนกันอยู่นั้น เสียงก็พลันดังขึ้นมาจากบนเรือมังกร“ทุกคนคง