ม่เคยมาปรากฏตัวในชีวิตของข้าใครคนนั้นที่ข้ารัก เมื่อไหร่เจ้าจะเข้ามาปรากฏในชีวิตของข้าเสียที……………”เพลงแนวบัลลาดนี้ฟังดูไม่คล้องจองกันนัก แต่ริมฝีปากของเธอก็ได้ขับขานภาษาถิ่นออกมาอย่างหวานซึ้ง มีเอกลักษณ์และชัดเจนทันใดนั้นเอง ผู้เข้าร่วมการประลองที่อยู่บนฝั่งต่างก็รู้สึกตื่นเต้นแต่ฉินเฉานั้นประหลาดใจขึ้นมา สาวสวยที่กำลังพายเรือคนนี้แม้ว่าจะมองไม่เห็นว่ามีพลังอยู่ในระดับใด แต่เสียงร้องของเธอก็ช่างไพเราะมากเหลือเกิน“พี่สือเอ้อ”เสียงของนักพรตฮวาเจียนดังก้องขึ้นมาในหูของฉินเฉาอีกครั้ง“ผู้หญิงคนนี้คือสาวใช้ของสำนักสวรรค์เร้นลับ ไม่ว่าจะมาครั้งใดคนที่พายเรือมารับคนก็เป็นเธอตลอด พี่สือเอ้อต้องระวังตัวให้ดี ก่อนที่สำนักสวรรค์เร้นลับจะเริ่มการประลองกันอย่างเป็นทางการ ในแต่ละครั้งจะมีการประเมินง่ายๆ และผู้ที่สามารถผ่านการทดสอบนี้เข้าไปได้ก็จะมีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่การประลองอย่างเป็นทางการ”ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ ฉินเฉาลอบคิดในใจ อยู่ในสนามรบ ต้องทำถึงขนาดนี้เชียวเหรอ? อู๋ชิงเย่แห่งสำนักสวรรค์เร้นลับคนนั้นจะทำตัวไม่เหมาะสมเกินไปไหม?กว่าที่พละกำลังทางร่างกายจะฟื้นคืนมาได้ มันก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรและด้วยวิธีนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่สมควรที่จะเป็นคนที่ลงสนามไปก่อนเพราะในเวลานั้น อู๋ชิงเย่จะกลายเป็นคนที่มีพละกำลังมากที่สุด“โอ้……….”ในขณะที่ฉินเฉากำลังขบคิดอยู่นั้น เรือลำเล็กก็ค่อยๆ เข้ามาเทียบฝั่งสาวน้อยใน