ับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของสำนักไท่ยีได้ยังไง?”“พูดเรื่องอะไรไร้สาระ! คนที่เจ้ากำลังพูดถึง มันก็คือตัวเจ้าเองต่างหาก หานหยู่เจ๋อ!”“เป็นข้าหรือไม่ เจียงเฉิน เจ้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมา พลางชี้นิ้วไปยังเจียงเฉิน “หากไม่ใช่แบบนั้น แล้วทำไมบนร่างกายของเจ้า ถึงได้มีพลังของเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์อยู่ด้วยล่ะ?”“จะ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่? บนตัวข้ามีพลังของเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ที่ไหน!”เจียงเฉินมีท่าทีลนลานขึ้นมาอย่างฉับพลัน“หึๆ ไม่เข้าใจสินะ เจียงเฉิน ข้าจะบอกเจ้าให้เอาบุญ”หานหยู่เจ๋อกอดอก แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ตอนที่เจ้าสัมผัสเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์จะแบ่งพลังออกเป็นเสี้ยวเล็กๆ ที่ราวกับตราประทับ มาประทับตราบนร่างกายของเจ้า”“ไร้สาระ! ข้าเพียงแค่พาฉินเฉาเข้าไปใกล้เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์เท่านั้น ข้าไปสัมผัสกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่?”ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของเจียงเฉินก็เปลี่ยนไปในทันที“อ่า คือว่า”หานหยู่เจ๋อแย้มรอยยิ้มออกมาบางๆศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักไท่ยีต่างจ้องมองไปยังเจ้าสำนักของสำนักไท่ยีคนปัจจุบัน ด้วยสายตาที่ทั้งตกใจและหวาดกลัว“จะ เจ้าหลอกข้านี่!”ใบหน้าของเจียงเฉินแดงก˹า ราวกับกำลังเลือดขึ้นหน้า เขาหอบหายใจออกมาอย่างหนัก“เจียงเฉิน เจียงเฉิน เจ้าวางกับดักข้ากับฉินเฉา ทำให้หานหยู่เจ๋อผู้นี้กลายเป็นกบฏ ทำให้ข้าต้องแบกรับข้อกล่าวหาที่ไร้ยางอาย ข้าควรจะจัดการกับเจ้ายังไงดี?”“หานหยู่เจ๋อ