เจ้าอย่าได้อวดดีนักเลย ถึงเจียงเฉินผู้นี้จะนั่งอยู่บนตำแหน่งเจ้าสำนักไม่ได้ แต่มันก็ยังไม่ใช่เวลาของเจ้าอยู่ดี”เจียงเฉินเห็นว่าศิษย์ทุกคนจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา เขาก็รู้ตัวในทันทีว่าความหวังของเขาได้พังทลายลงไปแล้วเขาชี้หน้าหานหยู่เจ๋อ แล้วตะโกนออกมาเสียงดังลั่นด้วยโทสะ“เจ้ากลายเป็นคนของนิกายขยะ อย่างนิกายหลัวซาไปแล้ว นั่นหมายความว่าเจ้าจะต้องเป็นศัตรูกับสำนักไท่ยีตลอดไป!”“สหายฉินเป็นสหายที่ดีของข้า เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ข้าให้ความเคารพ”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมาเบาๆ “ดังนั้นข้าจะไม่ยอมให้เจ้ามาพูดจาว่าร้ายใส่เขา”สิ้นเสียงนั้น กระจกเบิกสวรรค์ที่ลอยอยู่บนอากาศก็พลันหมุนวนไปรอบๆ“หานหยู่เจ๋อ ขอข้าพูดอะไรหน่อย”แต่ในขณะนั้นเอง บุคคลที่ทรงเกียรติที่สุดในสำนักไท่ยีได้ก้าวเดินออกมา แล้วกล่าวเสียงเบาเมื่อเห็นว่าคนคนนี้ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของทุกคนก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความนอบน้อมเซียวเหว่ย เขาปรากฏตัวออกมาแล้วจริงๆ“เรื่องของเจ้ากับเจียงเฉิน เป็นเพียงแค่ความขัดแย้งกันภายในของสำนักไท่ยี พวกเรายังสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้เป็นการส่วนตัว”เขากล่าวออกมา แล้วจ้องมองหานหยู่เจ๋อด้วยแววตาลุ่มลึก “ถึงยังไงเจ้าก็เป็นศิษย์ในสำนักไท่ยีของข้า หากเจ้าคิดที่จะกลับมายังสำนักไท่ยี กลับมาครอบครองตราประทับของเจ้าสำนักอีกครั้ง เรื่องนั้นย่อมทำได้ แต่ว่าเจ้าจะต้องทำเรื่องหนึ่งเพื่อสำนักไท่ยีเสียก่อน”“โอ้ เรื่องอะไรล่ะ?”