หานหยู่เจ๋อรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล“ในเมื่อฉินเฉาได้ตายไปแล้ว นิกายหลัวซาจึงกลายเป็นกลุ่มที่ขาดผู้นำ หานหยู่เจ๋อ ตอนนี้เจ้าคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายหลัวซา เจ้าจงไปยึดครองนิกายหลัวซา และทำให้พวกมันตกอยู่ภายใต้สังกัดของพวกเรา เมื่อเป็นแบบนี้ เมืองไท่กู่ก็จะตกอยู่ในมือของสำนักไท่ยีไปด้วย”อะไรนะ!หานหยู่เจ๋อนิ่งงันไปทั้งร่างกาย เขาอดไม่ได้ที่จะกัดฟันกรอดจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้วางแผนเอาไว้แล้วคิดที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นฐานการฝึกตนของเขาหากจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนชั่ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลยไม่แปลกใจเลยที่เจียงเฉินจะสามารถกุมอำนาจของสำนักไท่ยีมาได้ สำนักไท่ยีในตอนนี้มีความแตกต่างอะไรไปจากแหล่งซ่องสุมคนชั่วกันล่ะ?ชั่วช้า ชั่วช้าเกินไปแล้ว!ดูเหมือนว่าเรื่องหลักการของสำนักไท่ยี มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่จะกลับไปจัดระเบียบใหม่ได้“ว่ายังไง หานหยู่เจ๋อ เจ้าจะกลับมานั่งอยู่บนตำแหน่งเจ้าสำนักของสำนักไท่ยีได้หรือไม่ มันก็อยู่ที่ตัวเจ้าแล้ว”“ขออภัย แต่มีอยู่สองเรื่องที่ผู้อาวุโสเซียวกำลังเข้าใจผิด”หานหยู่เจ๋อชูสองนิ้วขึ้นมา แล้วกล่าวออกมาว่า“เรื่องแรก ถึงแม้ว่าสหายฉินจะไม่อยู่ที่นั่น แต่ในนิกายหลัวซา ยังมีอีกหลายคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าข้า ตอนที่ข้าอยู่ในนิกายหลัวซา ข้าไม่นับว่าเก่งกาจอะไรเลย”“อะไรนะ!”“ยังมีอีกหลายคนที่แข็งแกร่งกว่าเซียนฟ้างั้นเหรอ? นิกายหลัวซาเป็นนิกายประเภทไหนกัน!”คนในสำนักไท่