“สหายฉิน………..มีแค่พวกเราสองคน แต่คิดจะไปยึดครองสำนักไท่ยีแบบนี้มันจะดีเหรอ?”ที่หน้าประตูของสำนักไท่ยี ในที่สุดหานหยู่เจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามสิ่งที่ขบคิดมาตลอดทาง“พูดแบบนั้นได้ยังไง? ฉันไม่ได้พาพี่น้องจากนิกายหลัวซาอีกสามคนมาด้วยหรอกเหรอ?”ฉินเฉาชี้นิ้วไปยังศิษย์นิกายหลัวซาในชุดเสื้อผ้าสีดำทั้งสามคน ที่ยืนเรียงกันเป็นแถวอยู่ด้านหลังเสื้อผ้าสีดำที่ว่านี้ คือชุดศิลปะการต่อสู้ของนิกายหลัวซา ซึ่งจำลองมาจากเสื้อคลุมทวีคูณ“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นายก็มีพลังอยู่ในขั้นเซียนฟ้าแล้วไม่ใช่หรือไง? กลับมาต่อสู้กับสำนักที่เคยทรยศนายไป ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ?”“จะว่าไปแล้วเสื้อตัวนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ”หานหยู่เจ๋ออดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงมองเสื้อคลุมแขนลูกศรของตัวเอง ซึ่งก็ถูกจำลองขึ้นมาจากเสื้อคลุมทวีคูณด้วยเช่นกัน“พลังขั้นเซียนฟ้าของข้า ไม่ถูกกฎแห่งฟ้าดินผูกมัดเสียด้วย”“เอ่อ ขอโทษนะ เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ถูกทำลายไปสี่ต้นแล้ว ขั้นเซียนฟ้าจะยังถูกผูกมัดอยู่ได้ยังไงเล่า? ตกข่าวแล้ว”ฉินเฉารู้สึกปวดหัวขึ้นมา ท่าทางหานหยู่เจ๋อคนนี้จะถูกฝังอยู่ในโรงสกัดกลั่นเครื่องมือทุกวี่ทุกวัน ถึงได้ไม่ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกแบบนี้“ที่แท้เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ก็ถูกทำลายไปถึงสี่ต้นแล้วนี่เอง”หานหยู่เจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่าข้าจะอยู่ในโรงสกัดกลั่นเครื่องมือชั้นใต้ดินนานเกินไปจริงๆ สินะ……………….”“เอ่อ ไม่นานขนาดนั้นหรอกน่า…