……….”ฉินเฉาได้แต่เช็ดเหงื่อ“แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้ากลัวว่าเหล่าปรมาจารย์ในสำนักไท่ยีก็จะไม่ถูกข้อจำกัดมาผูกมัดเหมือนกัน พวกเรามีเพียงห้าคน จะเอาชนะพวกเขาได้งั้นเหรอ?”“นายดูถูกพวกเรามากเกินไปแล้ว”ฉินเฉาชี้นิ้วไปยังศิษย์นิกายหลัวซาทั้งสามคนที่อยู่ข้างหลัง “ตอนนี้ทั้งสามคนมีพลังอยู่ในขั้นเนื้อเซียนกันแล้ว แถมฉันกับนายก็อยู่ในขั้นเซียนฟ้าด้วยกันทั้งคู่ แบบนี้ยังจัดการกับสำนักไท่ยีของนายไม่ได้อีกเหรอ?”“อย่าได้ดูถูกสำนักไท่ยีของพวกเรานัก”หานหยู่เจ๋อรีบกล่าวเตือน “สำนักไท่ยีก็มียอดฝีมืออยู่เช่นเดียวกันผู้อาวุโสสูงสุดเซียวเหว่ย อยู่ในเขตระดับผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้า พลังของเขาลึกล˺าอย่างที่ไม่อาจจะประเมินค่าได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสุดยอดสมบัติของสำนักไท่ยี เขาเวทย์วิญญาณอนันต์ อยู่ด้วย ลำพังพวกเราเพียงแค่ห้าคน มันเป็นเรื่องที่ยากเกินไปจริงๆ ที่จะไปยึดครองสำนักไท่ยี มันยากเกินไปจริงๆ …………..”“นายนี่นะ ถึงยังไงนายก็เป็นถึงเจ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่และสง่างามคนหนึ่งในรุ่นนี้ แต่ดูตอนนี้สิ ไม่มีความทะเยอทะยานเอาซะเลย”ฉินเฉาตบบ่าหานหยู่เจ๋อ “หรือว่านายไม่อยากจะกลับมาครองสำนักไท่ยีอีกครั้ง แล้วนำวิชาคนเครื่องมือรวมกันเป็นหนึ่ง ที่นายได้ร˹าเรียนมา มาพัฒนาสำนักไท่ยีให้ก้าวหน้าล่ะ?”“อยากสิ……….”หานหยู่เจ๋อนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้ารับ“ในเมื่อเป็นแบบนั้น นายก็ต้องลงมือเพื่อความฝันนี้สิ!”ฉินเฉาหัวเราะออกมา