“สำนักไท่ยีจะนับว่าเป็นอะไรได้? เทียบกับผู้คุมกฎแล้ว คนพวกนั้นก็เป็นได้แค่หินก้อนเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้าเราเท่านั้นแหละ ถ้าแม้แต่สำนักไท่ยีก็ยังข้ามผ่านมันไปไม่ได้ แล้วฉินเฉาคนนี้จะยังกล้าพูดเรื่องช่วยเหลือผู้คนบนโลกได้ยังไง? ไปกันเถอะ หานหยู่เจ๋อ อย่าทำให้นิกายหลัวซาของพวกเราต้องขายหน้าเลย คนในนิกายหลัวซาอย่างพวกเราจะต้องไม่เกรงกลัวอะไร!”“เจอพระฆ่าพระ! เจอมารฆ่ามาร!”ศิษย์ในนิกายหลัวซาทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลัง ต่างตะโกนขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกันความกดดันที่ไม่อาจต้านทานได้กำลังหลั่งไหลออกมา ทำให้หานหยู่เจ๋อตัวสั่นสะท้านสิ่งที่เขายังขาดไป อาจจะเป็นความกล้าหาญที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า“ไปกันเถอะ ฉันจะไปเคาะประตู”ที่หน้าประตูของสำนักไท่ยีมีเสาประตูขนาดใหญ่สองต้น และมีศิษย์เฝ้าประตูสองคนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น พวกเขาจ้องมองฉินเฉาและคนอื่นๆ อยู่นานมากแล้วเดิมทีมีกันอยู่สามคน แต่หนึ่งในนั้นแอบเดินกลับเข้าไปรายงานในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่หากเป็นผู้ฝึกตนคนอื่น พวกเขาก็คงจะไม่ยินดีที่จะไปรายงานให้ทราบล่วงหน้าก่อนแบบนี้หรอกแต่ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใคร?คนหนึ่ง คืออดีตเจ้าสำนักของสำนักไท่ยี และเป็นคนทรยศในปัจจุบัน หานหยู่เจ๋ออีกคนหนึ่ง คือศัตรูของสำนักไท่ยี และยังเป็นสมรู้ร่วมคิด ฉินเฉามีพวกตัวเป้งแบบนี้ปรากฏตัวขึ้น แล้วจะไม่ให้พวกเขากลับเข้าไปรายงานได้ยังไง?ในเวลานี้ พวกเขาเห็นว่าฉินเฉากำลังเ