ดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองคนต่างหน้าเปลี่ยนสี ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ“จะ เจ้าจะทำอะไรน่ะ!”ศิษย์เฝ้าประตูสองคนนี้อยู่ในขั้นเนื้อเซียน แต่ในสายตาของฉินเฉาทั้งคู่ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากมด“ก็จะมาเคาะประตูน่ะสิ”ฉินเฉาหยุดยืนอยู่ที่เสาประตู แล้วหัวเราะออกมา “ฉันต้องแจ้งเจ้าของบ้านสักหน่อย ว่ามีแขกผู้มีเกียรติมาเยือนที่นี่”“ไม่ต้องลำบากประมุขฉินหรอก พวกเรามีคนแจ้งแล้ว”ศิษย์เฝ้าประตูรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว“แขกมาบ้าน แล้วจะปล่อยให้คนของเจ้าของบ้านลำบากไปแจ้งได้ยังไงล่ะ? เรื่องไหนที่ทำเองได้ ก็ไม่ควรจะทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน”ฉินเฉาคลี่ยิ้ม พลางตบไหล่ศิษย์เฝ้าประตูคนหนึ่ง ก่อนที่จะหัวเราะและกล่าวว่า “ฉันจะทำเอง”หลังจากที่พูดจบ ลมปราณก็พลันจมลึกเข้าไปในตันเถียน ฝีเท้าไม่เก้าไม่ถอย เขายืนนิ่งงัน แล้วเปล่งเสียงตะโกนออกมา“คนในสำนักไท่ยี! บิดาฉินเฉามาหาพวกนายแล้ว!”เสียงตะโกนนี้คือเสียงมังกรคำรามทันใดนั้นเองคลื่นอากาศได้พุ่งทะยานออกมา กวาดเอาบันไดหินบนภูเขาให้พังทลาย กระจัดกระจายออกไปกลายเป็นร่องลึกโถงอาคารที่อยู่ท้ายสุดถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี ปลิวว่อนไปทั่วทุกที่ส่วนศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองคนต่างล้มลงไปคนละด้าน เหงื่อแตกพลั่กด้วยความตกใจกลัวแม่งเอ๊ย ประมุขนิกายหลัวซา ทำไมถึงไม่รู้จักทำตามวิธีปกติบ้าง!“ใครบังอาจบุกรุกเข้ามาในสำนักไท่ยีของข้า!”ในเวลานี้ ร่างที่คุ้นตาร่างหนึ่งได้พุ่ง