บทที่ 59 พลังคือความยิ่งใหญ่
หลิวเหมยเอ๋อร์คุ้นเคยกับหลี่ลี่มานานแล้ว ไม่ได้ขี้อายเหมือนแต่ก่อน นางยิ้มราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง “หลี่ลี่ ท่านไปหุบเขามารอับเฉามา มารที่นั่นน่ากลัวมากใช่ไหม?”
“แน่นอน มารแต่ละตนปากกว้างเท่าอ่างเลือด แค่อ้าปากก็กลืนเจ้าได้แล้ว” หลี่ลี่ทำหน้าตลก อ้าปากกว้างทำท่าจะกลืนหลิวเหมยเอ๋อร์
หลิวเหมยเอ๋อร์หน้าแดงก่ำ แต่ไม่โกรธ หัวเราะคิกคัก หดคอแต่ไม่ถอยหลัง
ปากของหลี่ลี่อยู่ห่างจากหลิวเหมยเอ๋อร์เพียงไม่กี่นิ้ว หลี่ลี่จึงหยุด หัวใจเต้นรัว คิดในใจว่านางไม่หลบ ถ้าข้าไม่หยุด ก็จะได้จูบนางแล้ว
เห็นหลิวเหมยเอ๋อร์ไม่ได้แต่งหน้า แต่ผิวขาวนวลดั่งหยก แก้มแดงระเรื่อ ดูน่ากินราวกับแอปเปิ้ลสุก ชวนให้อยากกัดสักคำ
ขณะที่หลี่ลี่กำลังลังเลว่าจะลองกัดดูสักคำไหม จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะเยาะดังมา
“พี่สาวเสวี่ย ข้าว่าไอ้หนูหลี่ลี่คงไม่กล้ามาเขาเหนือแล้วล่ะ ครึ่งเดือนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ต่อให้มันมีฝีมือ แต่มันไปทดสอบที่หุบเขามารอับเฉา ก็คงไม่มีเวลาฝึกฝนหรอก ฮ่า ๆ ไอ้หนูนี่โง่จริง ๆ ”
เสวี่ยเยว่หัวเราะ “แน่นอน ดูสิว่ามันไปท้าทายใคร แค่มีพรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอหรอกที่จะมาสู้กับพวกเรา”
หูหยุนซานพอใจมากที่เสวี่ยเยว่ช่วยเหลือ จึงยิ้มพูด “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณผู้คุมกฎเสวี่ยที่จัดการให้ ต่อไปมีอะไรก็บอกข้าได้เลย บุญคุณนี้ข้าต้องตอบแทนแน่”
เสวี่ยเยว่ยิ้มแย้ม “ต้องขอบคุณท่านผู้คุมกฎหูม