กเราก็ต้องขอกล่าวขอบคุณ เชิญเจ้าออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”“พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก ประมุขหลง”กุนซือกล่าวต่อไปอย่างไม่รีบร้อน “พลังของฉินเฉา ถึงข้าไม่พูดพวกเจ้าก็คงจะรู้ดี ยิ่งตอนนี้เขาได้รับมรดกมาจากหลัวเนี่ย หากพวกเจ้าต้องการที่จะจัดการเขา มันอาจจะเป็นเรื่องที่ยากมาก”“ข้าไม่ชอบคนมืดมนอย่างเจ้าเอาเสียเลย”เซียนกระบี่หญิงเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ กล่าวออกมาเธอก็สวมใส่อาภรณ์สีม่วงเช่นเดียวกัน แต่ทว่ากลับมองไม่เห็นว่ากระบี่ของเธออยู่ที่ไหนเธอจ้องมองไปยังกุนซือ แล้วกล่าวต่อไปว่า“อีกทั้งเจ้าก็ยังสงสัยในพลังของพวกเราด้วย ถึงแม้ว่าพวกเราทั้งแปดคนจะพ่ายแพ้ให้กับกระบี่ของหลัวเนี่ยในอดีต แต่พวกเราก็ได้ฝึกตนมาแล้วหลายพันปี หากต้องการที่จะแก้แค้น พวกเราก็สามารถต่อกรกับหลัวเนี่ยได้ แต่เขาเป็นเพียงแค่ผู้สืบทอดของหลัวเนี่ยเท่านั้น ทำไมพวกเราถึงจะจัดการไม่ได้ล่ะ?”“นางเซียนจื่ออีสินะ?”กุนซือหันหน้าไปมองนางเซียนจื่ออี เขาประสานมือคำนับให้อีกฝ่าย แล้วพูดออกมา“ข้าได้ยินมาว่ากระบี่ม่านหมอกของนางเซียนจื่ออีมีพลังอันโดดเด่นมาก เมื่อชักกระบี่ออกมาก็จะสามารถช่วงชิงชีวิตได้ แต่หมอกนั้นไร้ร่องรอย ข้าอยากเห็นเหลือเกินว่า กระบี่ม่านหมอกของนางเซียนจื่ออีจะร้ายกาจสมคำร˹าลือหรือเปล่า”“ได้ ข้าจะทำให้เจ้าได้สมหวัง”สิ้นเสียงของนางเซียนจื่ออี ร่างของเธอก็กลายเป็นควันและหายลับไปแต่ในเวลานี้ กุนซือรู้สึกชาวาบที่แผ่นหลัง“ตอนที่ไป