เฉินปินไป…“เจ้าว่ายังไงนะ!”ณ ศาลาปราบเซียนชายผู้ห้าวหาญที่สวมใส่อาภรณ์สีม่วงและสะพายกระบี่เล่มใหญ่บนแผ่นหลัง กำลังขมวดคิ้ว เอ่ยถามชายชุดดำผู้สวมหน้ากาก ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตน“ฉินเฉาผู้นั้น คือผู้สืบทอดของหลัวเนี่ยงั้นเหรอ?”“ใช่แล้ว”กุนซือผู้สวมหน้ากากตัวตลกยกยิ้มขึ้นมาอย่างเย็นชา “ข้าเคยได้ยินมาว่า เซียนกระบี่ทั้งแปดแห่งศาลาปราบเซียนมีฝีมือโดดเด่นมากแต่น่าเสียดายที่ยังไม่รู้ข่าวนี้”“เจ้ากำลังจะสร้างความอับอายให้แก่พวกเรางั้นเหรอ!”ชายหัวล้านร่างใหญ่ที่สวมเสื้อคลุมหนังมังกร ดึงกระบี่ที่อยู่บนเอวออกมาทันทีด้ามของกระบี่เล่มนั้นคือกรงเล็บมังกรสีทองอร่ามแม้ว่าตัวกระบี่จะยังไม่ถูกชักออกมาจากฝัก แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องของมังกรแว่วดังออกมากุนซือพลันตื่นตระหนกอยู่ในใจ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนมีกระบี่หงจวินอยู่กับตัวก็พลันโล่งใจขึ้นถึงแม้ว่าเซียนทั้งแปดจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกระบี่หงจวินของเขาได้“ถูหลง เงียบก่อน”ชายที่สวมอาภรณ์สีม่วงกล่าวปรามชายหัวล้านส่วนเซียนกระบี่คนอื่นๆ นั้นนิ่งเงียบ ไม่กล่าวอะไรออกมาแต่พวกเขาต่างเหลือบมองกุนซือเป็นตาเดียวกันทั้งแปดคน แปดความคิด กำลังจดจ่ออยู่ที่กุนซือทั้งหมด“สหายผู้นี้ ที่เจ้ามาที่ศาลาปราบเซียน ก็เพื่อบอกเรื่องนี้ให้พวกเรารู้งั้นเหรอ?”ผู้มีตำแหน่งประมุขของศาลาปราบเซียน หลงว่านเฉิง นั้นนิ่งงันสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในแขนเสื้อ“หากมีเพียงเท่านี้ พว