วังหู่พยักหน้าให้เหลียวซาซา แล้วเอ่ยถามออกมา “ฉันขอนั่งข้างๆ เธอได้ไหม?”“ไม่ได้”เหลียวซาซากล่าวปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าหวังหู่ผงะไปทันที ตามสามัญสำนึก เหลียวซาซาควรจะให้เขานั่งข้างๆ ไม่ใช่เหรอ?ผู้หญิงคนนี้ไม่เรียนรู้มารยาทเลยหรือไง?“ออกไปซะ ฉันเกลียดนาย”เดิมทีเหลียวซาซานั้นเป็นคนหนูที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองแต่หลังจากที่เธอได้พบฉินเฉา เธอก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองแล้วแต่ว่าตอนนี้เธอกำลังโมโหคนในตระกูลหวัง นิสัยของเธอจึงเริ่มหวนกลับมาอีกครั้งยิ่งเมื่อฉินเฉาไม่ได้อยู่ที่นี่ มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากอาละวาดขึ้นมาแต่หวังหู่ไม่ได้ลืมตามองสิ่งเหล่านี้เลย เขายังคงโน้มตัวเข้าไปยั่วโมโหเหลียวซาซาต่อไป“คุณหนูเหลียว ฉันคิดว่าพวกเราคุยกันได้นะ………….”“มีอะไรที่ต้องคุยกันอีก? ออกไปซะ!”เหลียวซาซาปาเบาะโซฟาใส่หน้าหวังหู่ทันทีฝ่ายหวังหู่นั้นมีสีหน้ามืดครึ้มลงอย่างฉับพลันเขาวางแก้วไวน์ลง แล้วหันหลังเดินจากไปผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ดีรู้ชั่วเสียแล้วดูเหมือนว่าเขาจะต้องวางแผนเรื่องวางยาจริงๆ แล้วสินะ?เหลียวซาซา นี่คือสิ่งที่เธอร้องขอเองนะ“สารเลว มารังแกฉันได้ยังไง? บัดซบ!”เหลียวซาซาเริ่มรังแกเบาะโซฟาอีกอันที่อยู่ตรงหน้า“ฉันจะบีบคอมัน ฉันจะบีบคอมันให้ตายไปเลย!”“คุณหนูของฉัน มาอารมณ์เสียอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไงกัน?”ในเวลานี้ เสียงที่คุ้นเคยได้ดังเข้ามาในหูของเหลียวซาซาเธอรู้สึ