ฝิงยังอยู่ในร้านเรา?”
“ก่อนหน้านี้เราเพิ่งทำข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทหาน เทคโนโลยีไม่ใช่เหรอ พวกเขายังไม่ส่งอุปกรณ์ชุดใหม่มาอีกหรือ?”
ผู้ช่วยมองไปที่หลินเหม่ยเสวี่ย แล้วฝืนยิ้มออกมา
ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“เดิมทีหาน เทคโนโลยีบอกว่า จะเตรียมประสานเรื่องนี้กับพวกเราภายในสองสามวันนี้ แต่ฉันเห็นว่าอุปกรณ์ของบริษัทตระกูลเฝิงมาถึงพอดี หากจะปล่อยทิ้งไว้ก็เสียดายเปล่า ๆ”
“เพราะฉะนั้น ฉันก็เลย…”
หลินเหม่ยเสวี่ยฟังคำพูดของผู้ช่วยแล้วก็ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก
หลังจากนั้นก็รีบโทรหาเฝิงเว๋ยทันที
ขณะเดียวกันนั้นเอง เฝิงเว๋ยที่เพิ่งโดนตบตีไปชุดใหญ่ กำลังเดินลงบันไดพร้อมกับพ่อของตนเองอยู่พอดี
เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น เฝิงเว๋ยก็รับสายโดยไม่แม้แต่จะดูว่าเป็นใครโทรมา
“ฮัลโหล ใครน่ะ?”
เสียงของหลินเหม่ยเสวี่ยดังขึ้น
[ไอ้เฝิง แกไม่มีสามัญสำนึกบ้างเลยรึไง?]
[รู้ไหมว่าอุปกรณ์ที่แกส่งมามันหมดอายุการใช้งานแล้ว?!]
[ตอนนี้อุปกรณ์พวกนั้นทำให้ผิวหนังของลูกค้าฉันเกิดอาการแพ้ แกจะให้ฉันทำยังไงฮะ!]
ทันทีที่รู้ว่าปลายสายคือหลินเหม่ยเสวี่ยที่โทรมาเพื่อเอาเรื่อง เฝิงเว๋ยที่เพิ่งสงบไปเมื่อครู่ ก็กลับมาโกรธเกรี้ยวอีกครั้ง
“นังผู้หญิงชั่ว”
“ดีจริง ๆ แกมาหาฉันด้วยตัวเองแบบนี้ จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงไปคิดบัญชีทีหลัง”
“แกไม่ทำตามข้อตกลง แล้วยังจะให้ฉันช่วยเหลือแกอีกเหรอ? ฝันไปรึเปล่า?”
“จะบอกอะไรให้นะ