ระจ้อยร่อยไปเลย”ฉินเฉาจ้องมองชายที่อยู่อีกด้านหนึ่งรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเขา เพียงแต่ว่าบนร่างกายของอีกฝ่ายมีเกล็ดสีดำปกคลุมดวงตาคู่นั้นกำลังส่องแสงสีแดงแวววาว กรงเล็บทั้งสองข้างกอดอกเอาไว้ แล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชานี่คือตัวเขาหลังจากที่กลายเป็นอสูรไปอย่างสมบูรณ์“ก็แกดันไม่ยอมอยู่เฉย ๆ แต่กลับวิ่งออกมาตั้งหลายครั้งไม่ใช่เหรอ?”ฉินเฉาจ้องมองชายคนนี้ด้วยความโกรธที่ปะทุอยู่ในใจย่ามันเถอะ ผู้ชายคนนี้มันเลี้ยงไม่เชื่องเอาซะเลยหากเขามีอารมณ์ขึ้นมาเมื่อไหร่ อีกฝ่ายก็จะออกมาก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นทุกครั้งจะไม่ให้เขาได้มีโอกาสยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปทั้งชีวิตเลยหรือไง?จะทำแบบนั้นได้ยังไง? เขาเป็นม้าพ่อพันธุ์เชียวนะ ให้เขาทำตัวเหมือนพระ แบบนั้นเขาจะไม่เหี่ยวแห้งตายงั้นเหรอ?“หึ ๆ ฉันเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายในจิตใจนายยังไงล่ะ”จิตมารที่นั่งอยู่บนนั้นหัวเราะออกมา “ตราบใดที่นายยังมีความชั่วร้ายอยู่ในใจ ฉันก็จะออกไปโลดแล่นกับนายได้ นายดูสิ ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว มันน่าเบื่อจะตายไป แบบนี้จะไม่ให้ฉันออกไปเล่นกับนายได้ยังไง?”“ไร้สาระ ระวังตัวเอาไว้เถอะ ฉันจะจัดการแกให้ดู!”ฉินเฉากล่าว พลางคว้ากระบี่ปทุมพิสุทธิ์ของตัวเองมาชี้หน้าจิตมารที่อยู่อีกด้าน“โอ้ มันไม่ได้ผลหรอก”จิตมารหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ฉันบอกแล้วไงว่านายคือฉัน และฉันก็คือนาย ถ้านายฟันฉัน มันก็เท่ากับว่านายกำลังฟันต