ายคนนี้จับกินซะแล้ว…..ที่เธอช่วยเขา มันเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิดกันแน่…..แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ทำตามแผนการไปทีละขั้นแล้ว…..อย่างน้อยเธอก็จะไม่เสียใจกับเรื่องนี้…..………………………………………“ท่านกุ่ยหมู่….. ยังไม่พบตัวฉินเฉาเลยค่ะ”ในห้องของหลูเหม่ยจวน ภายในตำหนักราชันย์ภูต ศิษย์หญิงคนหนึ่งกล่าวรายงานขึ้นมาด้วยความละอายใจ“ม่านพลังยังไม่มีอะไรมากระตุ้น เขาจะต้องยังอยู่ในตำหนักราชันย์ภูตแห่งนี้แหละ”หลูเหม่ยจวนนวดขมับของตัวเอง “หมอนั่นจะก่อความวุ่นวายให้ฉันไปถึงไหน? เธอคิดว่าเขาจะหนีไปหรือยัง?”“ท่านกุ่ยหมู่ ข้าสงสัยว่าในสำนักของพวกเราอาจจะมีคนทรยศค่ะ”ศิษย์หญิงพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”“เพราะว่าท่านกุ่ยหมู่เป็นผู้วางม่านพลังในห้องนั้นด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นท่านก็ให้อสูรโลหิตแยกพลังของเขาออกจากกันแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะทะยานขึ้นไปบนฟ้าเพื่อออกไปจากห้องนั้น เว้นแต่ว่าจะมีใครบางคนจงใจปล่อยเขาให้ออกไปข้างนอก”“ฮิ ๆ เธอคาดเดาคล้ายกับฉันเลย ไปกันเถอะ ฉันจะไปดูว่าจะมีใครที่กล้าหาญขนาดนั้น”หลูเหม่ยจวนกล่าวออกมา ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้สีแดง แล้วพาศิษย์หญิงเดินออกไปจากห้องในไม่ช้าเธอก็พาศิษย์หญิงจำนวนหนึ่ง เดินมาจนถึงห้องที่ขังฉินเฉาเอาไว้ประตูที่ควรจะถูกล็อกเอาไว้กลับเปิดกว้างออกมา ราวกับกำลังต้อนรับคนนอกให้เข้าไปด้านในไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว แต่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของบุรุษเพศอ