่นฆ่ากันทันทีที่พบกันหรอก”“หา?”ฉินเฉาอึ้งไปพักหนึ่ง เขานึกภาพในหัวเอาไว้มากมาย อย่างเช่นว่าหมอนั่นจะปลดปล่อยเวทมนตร์บทใหญ่ออกมา หรือไม่ก็รีบหลบหนีไปอีกครั้งแต่เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนี้ออกมาเป็นคำแรก“แกหมายความว่ายังไง?”“ฉินเฉา ถึงข้าไม่พูด เจ้าเองก็เข้าใจมันดีอยู่แล้ว”เซราฟกระพือปีกสีทองบนแผ่นหลัง และค่อย ๆ บินลงมายืนอยู่บนแป้นบาสเกตบอลเช่นกัน จากนั้นจึงกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม“ครั้งก่อนที่ข้าพ่ายแพ้ให้กับเจ้า มันเป็นเพราะว่าข้าประมาทเกินไป ที่จริงแล้วพลังของพวกเราอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน หากจะต้องต่อสู้แลกชีวิตกัน มันย่อมไม่เกิดประโยชน์ขึ้นกับใครสักคน”“แกต้องการที่จะพูดอะไรกันแน่?”ฉินเฉาไม่เข้าใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยไอ้หมอนี่คิดจะทำอะไร?“ฮ่า ๆ ๆ หลายวันมานี้ที่ข้าอยู่ในรอยแยกของห้วงอวกาศ ในที่สุดข้าก็เข้าใจบางสิ่งขึ้นมา”เซราฟหัวเราะออกมา “ระหว่างข้ากับเจ้าควรจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างผู้ที่มีความเป็นอารยชนมากกว่านี้”“แกต้องการจะทำอะไร?”“นี่ยังไงล่ะ”เขาชี้นิ้วไปยังโปสเตอร์ที่ติดอยู่บนแผ่นป้ายปราชาสัมพันธ์ในบริเวณนั้นบนโปสเตอร์ดังกล่าวมีฉินเฉาในเวอร์ชั่นอ้วนท้วม ที่แต่งกายด้วยชุดนักมายากลสีดำและสาวสวยในชุดสูทที่ยืนอยู่ข้างกายก็คือหยางฉานฉานทั้งสองคนที่อยู่บนโปสเตอร์ได้สร้างความรำคาญใจให้กับหนุ่ม ๆนักศึกษาในมหาวิทยาลัยซู่หนานจำนวนนับไม่ถ้วนชายหนุ่มมากมายนึกชื่นชมฉินเฉาอยู่ภายในใจ