้นไม่ใช่เหรอ?”ประมุขของสำนักจักรวรรดิอสูรช่างมีสายตาที่เฉียบคม“หึ ๆ พลังของฉันอยู่ในระดับไหน ทำไมนายถึงไม่ออกมาประมือกับฉันให้รู้กันไปเลยล่ะ?”“เจ้าเห็นว่าข้าอยู่ในกระจก และออกไปไม่ได้งั้นสินะ?”ประมุขของสำนักจักรวรรดิอสูรเย้ยหยันออกมา “อย่าได้คิดว่าข้าจะไม่รู้ระดับพลังที่แท้จริงของเจ้า ศิษย์ของข้าที่ถูกเจ้าทำลายร่างกายไป ได้ใช้เลือดและน˺าตาของเขามาบอกข้าแล้ว ว่าประมุขของนิกายหลัวซามีพื้นฐานการฝึกตนในระดับใด”ชายที่มีหนวดเคราสีแดงคนนั้นเอ่ยฉินเฉาหวนนึกไปถึงวันที่นักพรตคนหนึ่งใช้ราชาแมงมุมพิษสวรรค์มาก่อความวุ่นวายขึ้นในนิกายของเขา“โอ้?”ฉินเฉากระพริบตาปริบ ๆ “นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่? ทำไมฉันไม่เห็นจะเข้าใจอะไรเลย?”“ไอ้สารเลว เลิกแกล้งโง่สักที!”ประมุขของสำนักจักรวรรดิอสูรตวาดออกมาอย่างเหลืออด “เจ้าเป็นคนทำลายร่างของจ้าวเฉียง ศิษย์ของสำนักจักรวรรดิอสูร แล้วจะไม่ชดใช้งั้นหรือ!”“จ้าวเฉียง? ใครกันน่ะ? ฉันไม่เห็นจะรู้จักเลย”ฉินเฉาเอียงคอจ้องมองประมุขของสำนักจักรวรรดิอสูรที่อยู่ในกระจก “นายมีชีวิตอยู่มานานเกินไป จนสมองเริ่มเลอะเลือนไปแล้วเหรอ?”“ผายลม!”ดูเหมือนว่าประมุขของสำนักจักรวรรดิอสูรจะกำลังทุบโต๊ะของตัวเองจนพังทลายกลายเป็นชิ้น ๆดูท่าว่าสหายคนนี้จะโกรธมากพฤติกรรมแสร้งโง่ของฉินเฉาได้ทำให้ประมุขของสำนักจักรวรรดิอสูรโมโหจนตัวสั่น“แก่จนเลอะเลือนไปแล้ว ฉันไม่ได้มีความแค้นอะไรกับสำนักจักรว