วเพียงใด“แล้วยังไง? ถ้าฉันบังอาจ แล้วนายจะทำยังไงกับฉัน?”หลังจากที่ฉินเฉารู้ว่าเหล่าปรมาจารย์ใหญ่ของแปดสำนักบรรพกาลไม่กล้าออกมาจากม่านพลังป้องกันตามใจชอบ เขาก็โพล่งออกไปทันทีเด็กน้อย บิดารู้ว่าพวกนายไม่กล้าออกมาหรอก ดังนั้นบิดาจะยั่วโมโหพวกนายอยู่อย่างนี้แหละฉันจะปั่นหัวพวกนายเอง!“ถ้ามีฝีมือมากนักก็ออกมากัดฉันซะเลยสิ มาเลย!”ฉินเฉากระดิกนิ้วผ่านกระจก เจ้าสำนักของสำนักปีกเทวะนั้นโมโหจนแทบจะตายให้ได้“เจ้าคิดว่าข้าจะไม่มีปัญญาทำอะไรเจ้างั้นเรอะ! เป็นแค่นิกายหลัวซากระจอก ๆ กลับกล้าทำตัวยิ่งใหญ่คับฟ้า!”เจ้าสำนักของสำนักปีกเทวะคำรามออกมาทันที “เจ๋อหยาง จงไปสั่งสอนมันให้ข้า ไปตบปากมันสักทีสองที ให้มันได้รู้สำนึกซะบ้าง!”“เอ่อ ข้า…..”จางเจ๋อหยางนึกถึงช่วงเวลาที่เขาถูกฉินเฉาเล่นงานด้วยความเจ็บปวด เขาก็ตัวสั่นอย่างช่วยไม่ได้“ข้าบอกให้เจ้าไป เจ้าก็ต้องไป เจ้าจะขัดคำสั่งอาจารย์ของเจ้าใช่มั้ย!”เจ้าสำนักของสำนักปีกเทวะไม่รู้ว่าศิษย์ในสำนักของตนเคยพ่ายแพ้มาแล้ว ในเมื่อจางเจ๋อหยางไม่เคยพูดเรื่องนี้ เขาจึงเร่งเร้าให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง“ท่านเจ้าสำนัก คือว่าข้า ข้า…..”“เจ้าเป็นอะไรไป? เจ้าจะยั่วโมโหข้าใช่มั้ย!”ฝ่ายเจ้าสำนักกล่าวต่อว่าเขาด้วยความโกรธอีกครั้ง“โอ้! ลดเสียงลงหน่อย”ฉินเฉาวาดมือลง “อย่าทำให้เด็กกลัวแบบนั้นสิ จางเจ๋อหยางเป็นศิษย์ของนายไม่ใช่หรือไง นายอยากเห็นเขาเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งงั้นเหรอ?”“เ